0179: ยุคดอกเบี้ยต่ำยาว?

วิกฤตซับไพรม์ถือเป็นการปิดฉากเศรษฐกิจโลกในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมาโดยสมบูรณ์ ในช่วงที่ผ่านมา อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจถูกพยุงไว้ด้วยการที่ อลัน กรีนสแปน ลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ลดมากเกินไปทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดสินเชื่อ บวกกับจีนและญี่ปุ่นที่จงใจทำให้เงินดอลล่าร์แข็ง เพื่อสร้างกำลังซื้อเทียมให้กับคนอเมริกันในการซื้อสินค้าจากจีนและญี่ปุ่น บัดนี้วงจรเหล่านี้ได้ล่มสลายไปแล้ว โลกในยุคต่อไปจึงต้องหาวิธีการใหม่ในการพยุงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ

วิกฤตต้มยำกุ้งครั้งที่แล้ว ประเทศในเอเชียเท่านั้นที่มีปัญหา เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้ติดเชื้อด้วย เพราะฉะนั้นประเทศในเอเชียจึงสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยการลดค่าเงินของตัวเองมากๆ เพื่อกระตุ้นการส่งออก ค่าเงินเอเชียหลังวิกฤตต้มยำกุ้งถูกลดลงไปคนละ 50-70% ทำให้ดุลการค้าเริ่มเป็นบวก พอหลังจากนั้น 3-4 ปี สหรัฐฯ ฟื้นตัวจากดอทคอมพอดี การส่งออกก็เลยยิ่งทะยาน ทุกประเทศในเอเชียจึงหลุดออกจากวิกฤตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่นสามารถหลุดออกจากภาวะเงินฝืดที่ต่อเนื่องยาวนานถึง 17 ปีได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

หนนี้ประเทศไทยจะใช้วิธีการเดิมคงไม่ได้แล้ว เพราะโลกทั้งโลกโดนเต็มๆ โดยเฉพาะสหรัฐฯ การลดค่าเงินลงอีกจะไม่ช่วยทำให้สหรัฐฯ ซึ้อสินค้าไทยเพิ่มมากขึ้น เมื่อลดค่าเงินไม่ได้ เราก็หันมาลดดอกเบี้ยแทน ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศแทน นอกเหนือจากดอกเบี้ยแล้ว เราก็หยิบนโยบายการคลังออกมาใช้ด้วยการขาดดุลงบประมาณอีก 4-5 แสนล้านบาท คงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนก็จะรู้ว่ายาทั้งสองตัวที่ใส่ลงไปจะให้ผลบ้างหรือไม่

อีกไม่นาน ดอกเบี้ยก็คงลดเหลือเกือบ 0 ส่วนนโยบายการคลังก็ใกล้จะถึงเพดานเต็มทีแล้ว เพราะรัฐบาลไทยยังก่อหนี้สาธารณะได้อีกไม่เกิน 5% ของจีดีพีเท่านั้นตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น เรากำลังจะหมดเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ถ้าหากสิ้นปีนี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่ทะยานกลับขึ้นมา เศรษฐกิจไทยคงเข้าสู่ภาวะที่ซบเซามากทีเดียว

เมื่อถึงช่วงเวลานั้น กว่าที่รัฐบาลจะกลับมาใช้จ่ายได้อีกครั้งก็คงต้องรอให้หนี้ลดลงก่อนซึ่งอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 ปี ส่งออกก็อย่าหวังเลย ดังนั้นในช่วงเวลานั้นนโยบายเดียวที่ยังคงมีผลอยู่เท่านั้นจึงได้แก่การคงดอกเบี้ยให้ต่ำไว้ต่อไป ดังนั้นดอกเบี้ยน่าจะต่ำได้นาน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เช่น เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นเร็ว หรือเกิดภาวะเงินเฟ้อสูงฉับพลัน (สหรัฐฯ ต้องไม่ใช้จ่ายมากจนทำให้ตลาดเกิดความกลัวเรื่องเงินเฟ้อ มิฉะนั้นจะแย่กันใหญ่)  เราคงกำลังเดินเข้าสู่ยุคดอกเบี้ยต่ำยาว

8 thoughts on “0179: ยุคดอกเบี้ยต่ำยาว?”

  1. ผมกลับมองอีกมุมนึงนะครับ

    การที่ทุกประเทศอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ โดยการดำเนินนโยบายขาดดุล จะทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบจำนวนมาก เมื่อใดก็ตามที่เศรษฐกิจประเทศใหญ่ฟื้นตัว การบริโภคกลับมาเป็นบวกพร้อมๆ กันทุกประเทศ รัฐบาลแต่ละประเทศไม่สามารถดูดซับจำนวนเงินตรามหาศาลที่หมุนเวียนในระบบออกได้ในเวลาอันสั้น เพราะไม่สามารถออกพันธบัตรเพื่มเติมได้เนื่องจากเพดานหนี้อยู่สูงอยู่แล้ว

    เพราะฉะนั้นมุมมองผมกลับเห็นเป็นว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรงน่าจะเกินขึ้น เมื่อเศรษฐกิจของแต่ละประเทศฟื้นตัวพร้อมๆกัน สินทรัพย์ต่างๆราคาถูก ดอกเบี้ยถูกเป็นปัจจัยกระตุ้นการซื้อสินทรัพย์ รัฐบาลไม่สามารถแทรกแซงได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะภาวะหนี้สูง ทำให้ตอกเบี้ยน่าจะดีดตัวสูงขึ้นทั่วโลก

    ความเห็นส่วนตัวนะครับ ความเห็นใดใด ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ…

  2. ก็เป็นกรณีที่เป็นไปได้เหมือนกัน ถ้าเศรษฐกิจกลับมาเร็ว เงินที่ได้อัดฉีดลงไปแล้ว แทนที่จะเป็นการช่วย กลับการเป็นการสร้าง inflationary expectation ให้กับตลาด จะเกิดภาวะเงินเฟ้อสูงได้

    แต่ปัญหาสถาบันการเงินรุนแรงมาก ต้องใช้เวลาเยียวยานาน เงินที่อัดฉีดกันลงไปที่เห็นว่าเยอะๆ นั้น ก็ยังน้อยกว่า production gap อยู่มาก โอกาสที่เศรษฐกิจจะกลับมาเร็วคงจะมีน้อย แต่ของอันนี้มันก็ไม่แน่ ไม่มีใครทายล่วงหน้าได้

  3. ไหนจะเรื่องความเชื่อมั่นอีก ก็สำคัญ
    น่าจะใข้เวลากันนานนะ ผมว่า

  4. ดอกเบี้ยต่ำยาว = ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำยาว T-T

    ดอกเบี้ยต่ำยาว = ดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำยาว T-T T-T T-T T-T T-T

  5. ไม่ว่าจะสังกัดสำนักเศรษฐกิจใด
    หรือจะนำทฤษฎี(การเงิน)อะไรมาใช้แก้ปัญหา

    สุดท้าย เป็นไปได้ทั้ง “ต่ำยาว” และ “เฟ้อหนัก”
    … ไม่มีใครทายล่วงหน้าได้ (โค้ดคำคุณนรินทร์)

    คิดถึงหนังสือ ท่าน ว.
    “Kilesa Management”
    ท่าน ว. หากจัดการเรื่องนี้ได้
    หลายคนคงสบาย(ใจ)กว่านี้

    : )

  6. ถ้าดอกเบี้ยต่ำระยะยาว ก็ดีนะครับรัฐบาลก็จะมีต้นทุนกู้ถูกลง น่าจะมุ่งลงทุนใหญ่ๆไปเลยช่วงนี้

    กลัวอย่างเดียว ว่า supply เงินหายไป ธนาคารไม่ปล่อยกู้ ไม่มีเงินในระบบคงเเย่

    ซื้อรถช่วงนี้ น่าจะดีเหมือนกันนะครับ

  7. ดอกเบี้ยเหลือ 0 Fed หันมาเพิ่ม money supply โดยตรง ด้วยการ create money ตามอังกฤษที่ได้เริ่มทำไปแล้วก่อนหน้านี้

    ถ้าแบบนี้ แรงกดดันเรื่องเงินเฟ้อ อาจเกิดขึ้นได้ครับ

    บารมีของนกอินทรีหัวล้านนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ อยากทำอะไรก็ได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *