0189: รู้จักประเทศไทยให้มากขึ้น

ประเทศไทยมีประชากร 65 ล้านคน

ในจำนวนนี้อยู่ในวัยทำงาน (อายุ 15-60ปี) ทั้งสิ้น 35 ล้านคน

ในจำนวน 35 ล้านคนเป็นแรงงานที่อยู่ในระบบ 14 ล้านคน (แรงงานนอกระบบ 60% อยู่ในภาคเกษตร)

ในจำนวนแรงงานที่อยู่ในระบบ 14 ล้านคน เป็นผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม 9 ล้านคน

ในจำนวนผู้ประกันตน 9 ล้านคน มีผู้ที่มีเงินเดือนเกิน 15000 บาทต่อเดือน เพียง 9 แสนคน (ไม่ได้รับเช็คช่วยชาติ)

. . . .

ถ้าคนไทยที่ได้เงินเกิน 15,000 บาทต่อเดือนมีแค่ 9 แสนคน น่าจะประเมินได้ว่าประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศที่มีคนชั้นกลาเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ผมไม่มีตัวเลขแบบเดียวกันของสหรัฐฯ แต่ถ้าจะใช้จำนวนผู้เสียภาษีเป็นตัวชี้วัด  (คนเสียภาษีแสดงว่าต้องมีรายได้ระดับหนึ่ง) คนไทยมีผู้ที่ต้องเสียภาษี 6.6 ล้านคน คิดเป็น 10% ของทั้งประเทศ ในขณะที่สหรัฐฯ มีผู้เสียภาษี 138 ล้านคนหรือคิดเป็น 45% ของทั้งประเทศเลยทีเดียว

การมีชนชั้นกลางอยู่น้อยมากทำให้อุตสาหกรรมหลายอย่างพัฒนาได้ยากเหมือนกัน อย่างเช่น อุตสาหกรรมภาพยนตร์ บ้านเรามีคนเข้าโรงหนังแค่ 1 ล้านคนเท่านั้น ในขณะที่เกาหลีใต้มีประชากรน้อยกว่าเรามาก แต่มีคนเข้าโรงหนังมากกว่าเราหลายเท่า เพราะประชากรจำนวนมากของเกาหลีใต้เป็นคนชั้นกลาง แค่นี้เราก็สู้เขาได้ยากแล้ว เพระตลาดภาพยนตร์มันเล็กเหลือเกิน

และนี่ก็ให้เข้าใจว่าทำไมธุรกิจที่ใหญ่โตในประเทศไทยจะต้องเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนรากหญ้า จะเห็นได้ว่า เศรษฐีอันดับต้นๆ ของไทยจะต้องมีอาชีพเกี่ยวกับคนรากหญ้า เช่น ขายเหล้า ขายเครื่องดื่มชูกำลัง และให้บริการมือถือ เป็นต้น ซื้อกันคนละไม่กี่สิบบาท แต่รวมกันหลายคนเข้าก็เป็นมูลค่าตลาดที่มากโขอยู่ ถ้าหากินกับคนชั้นกลางแม้กำลังซื้อจะสูง แต่จำนวนคนที่อาจจะน้อยกว่า 30-60 เท่า ทำให้มูลค่าตลาดเล็กกว่ากันเยอะ

เมื่อก่อนผมเคยสงสัยว่าทำไมทีวีบ้านเราจึงต้องมีตลกคาเฟ่แทรกอยู่ในทุกๆ รายการ ถามคนรอบข้างดูก็ไม่เห็นว่าจะชอบดูกันสักเท่าไร ตอนหลังถึงได้มาเข้าใจว่า ที่จริงแล้วเป็นเพราะเราเป็นคนส่วนน้อยนี่เอง นิสัยเสียอย่างหนึ่งของคนชั้นกลางของประเทศนี้คือ ชอบยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง เอาความเห็นของตนเองตนเองและพวกพ้องเป็นใหญ่ ทั้งที่เป็นแค่คนส่วนน้อยของประเทศ … 

ไม่เอาดีกว่า วกเข้าเรื่องการเมืองจนได้ จบข่าว

13 thoughts on “0189: รู้จักประเทศไทยให้มากขึ้น”

  1. เคยเป็น 1 ใน 9 แสนคนกับเค้าเหมือนกัน แต่ตอนนี้ออกมาหาประสบการณ์บนโลกกว้าง และหวังว่าสักวันจะมีความรู้ที่จะสามารถถ่ายทอดให้คนอื่นๆ ได้เหมือนพี่ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆที่มีให้อ่านอย่างสม่ำเสมอครับ

  2. ขออวยพรให้คุณ zeal ได้พบกับสิ่งที่ดีๆ ครับ เอาใจช่วยครับ

  3. คุณนรินทร์ สวสัดีปีใหม่

    ข้อมูลทำนองนี้ ทำให้เห็นและเข้าใจอะไรหลายอย่าง
    มีข้อสงสัยแต่เพียงว่า ๑. นิยามของ”ชนชั้นกลาง”ในหลายงานวิจัย
    เขาให้ความหมายแตกต่างกัน

    และ ๒. ส่วนเรื่่องการเมือง
    ผมกลับคิดว่า ปริมาณ “นิติกร” ในไทย ไม่เป็นสัดส่วนกับ “วิศวกร”

    คุณนรินทร์คิดว่าเกี่ยวกันไหม ?

    : )

  4. นิยามอย่างเป็นทางการของชนชั้นกลางคงจะไม่มีนะครับพี่ขุนอรรถ ไม่อยากให้ซีเรียสเรื่องนิยาม

    ที่จริงใช้จำนวนผู้ประกันตนที่ได้เงินเดือนเกินหมื่นห้าก็ไม่ใช่ตัวชี้วัดชนชั้นกลางที่ตรงเท่าไรนัก แต่ตัวเลขบ้านเราหายากมาก นี่เป็นแค่ตัวเลขที่เข้าไปใกล้ที่สุดเท่าที่พอหาได้ ใช้แทนไม่ได้ แต่ทำให้พอมองเห็นภาพลางๆ ได้ว่า ชนชั้นกลางเองจริงๆ น่าจะมีอยู่สักเท่าไร

    เรื่องนิติกร กับวิศวกร รบกวนพี่ขุนอรรถขยายความหน่อย (อนุญาตให้พาดพิงการเมืองได้เป็นกรณีพิเศษ) คุ้นๆ ว่าได้ยินประเด็นนี้มาจากที่ไหนสักแห่ง แต่ยังไม่เข้าใจ

  5. อาจารย์ครับแรงงานที่อยู่ในระบบ 14 ล้านคน นี่รวม ข้าราขการ รัฐวิสาหกิจด้วยละเปล่า?

    ดูเเล้วเหมือนประเทศเราไม่น้น ภาษีเงินได้ เท่าไหร่นะครับ ข้อมูลเรื่อง อายุประชากร หาได้จากไหนครับ

    ดูเเล้วถ้าเราเอาใจคนกลุ่มรากหญ้าได้ ยังไงเราคงได้เป็นรัฐบาลเเน่นอนนนน

  6. 14 ล้าน รวมข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจด้วยครับ

    ข้อมูลอายุประชากร สำนักงานสถิติแห่งชาติเป็นคนทำครับ

    เอาใจรากหญ้าได้ ชนะการเลือกตั้งได้แน่นอน การเลือกตั้งเป็นระบบหนึ่งคนหนึ่งเสียง ฉะนั้นไม่ว่าจะรวยจะจนไม่เกี่ยว การเลือกตั้งจึงเป็นช่องทางเดียวที่คนรากหญ้าพอจะมีปากมีเสียงได้บ้าง

    แต่เราก็ได้เรียนรู้แล้วว่า การชนะการเลือกตั้งได้นั้นยังไม่พอที่จะได้มาซึ่งอำนาจที่แท้จริงได้

    อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่ว่า ภาคส่วนต่างๆ อยู่ข้างเดียวกับคุณหรือไม่
    ภาคส่วนต่างๆ หมายถึง ทหาร ตุลาการ สื่อมวลชน รัฐวิสาหกิจ ชนชั้นกลาง ตำรวจ ฯลฯ

  7. น่าสนใจดีนะครับ ผมเคยได้ยินมาว่าคนที่ได้เงินเดือนเกิน 40,000 บาท มีไม่ถึง 100,000 คนในประเทศไทยจากผู้บริหารระดับสูงท่านหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ ถ้าเทียบกันออกมาเป็นแผนภูมิ มันคงเป็นพิรามิดที่มีฐานกว้างมากทีเดียวครับ

  8. ขอลองเสนอวิธีแก้ปัญหา ดังนี้

    ให้รัฐนำแรงงานภาคเกษตรเข้าระบบ คือ จ้างให้ทำนา ทำไร่ แรงงานฝีมือของรัฐ…
    ….ค่าจ้างจะคุ้มกับภาษีที่จะได้้ไหมเนี่ย

    ส่วนบริษัทต่างๆ ก็แบ่งลูกค้าเป็นส่วนๆ แล้วก็หาวิธีตอบสนองจากกลุ่มนั้นๆ
    รากหญ้าก็เอา premium ก็เอา…
    ….แล้วมีเงินทุนมากพอไหมเนี่ย แล้วต่างชาติจะมาลงทุนด้วยไหมเนี่ย

  9. ผมว่าปัญหาการเมืองคราวนี้ เหมือนเป็น ปัญหาระหว่าง คนรากหญ้า กับ คนชั้นกลาง+สูง
    ผมมองไม่เห็นโอกาศที่คนรากหญ้า จะก้าวมาเป็นคนชั้นกลางเลย
    ทักกี้จึงเหมือน เทวดามาโปรดรากหญ้า ทำยังไงก็ได้ให้ถูกใจ เเต่ไม่ต้องถูกต้อง
    ก็ได้

    เเต่คนชั้นกลางจะก้าวเป็นคนรวย มันมีโอกาศ
    คนรากหญ้าเเค่ให้มีกินใช้ วันๆยังไม่พอเลย จะเอาที่ไหนมาลงทุนต่อ

    บางครั้ง ผมคนชั้นกลางยังรู้สึก ว่า ทำไมผมต้องเสียภาษีให้ไปอุ้ม กลุ่มรากหญ้า
    หรือ รัฐบาลลงทุนอะไรที่ไม่ได้เรื่องเลย เหมือนเอาเงินผม ไปหาเสียงกับรากหญ้า
    บางทีเกษตรกร ปลูกข้าวมารู้ว่าคาดทุนก็ทำ เเล้วรัฐก็เอาเงินภาษีผมไปอุ้มอีก

    อาจารย์มีโครงสร้างภาษีของเมืองไทยไหมครับ ว่าส่วนใหญ่มาจากภาษีอะไร
    ผมกลัวว่า รัฐบาลจะกู้หนี้กี่ % ของ GDP เเล้วถ้า GDP มันตกลงมาจะวงเเตกกันหมด

  10. สัดส่วนที่มารายได้ของรัฐ

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 13%
    ภาษีเงินได้นิติบุคคล 20%
    ภาษีมูลค่าเพิ่ม 19%
    ภาษีอื่นๆ ที่เก็บโดยกรมสรรพากร 4%
    สรรพสามิต 21%
    ศุลกากร 11%
    กำไรรัฐวิสาหกิจ 5%
    รายได้ของส่วนราชการ 7%

  11. ผมขออนุญาติเอาข้อมูลย่อหน้าแรก และ จีดีพี ที่คุณนรินทร์รวบรวมมา ไปลงในสเปช (ลงไปเรียบร้อยแล้วครับ ต้องขออภัยที่ไม่ได้ขออนุญาติก่อน) แต่ผมใส่ลิงค์ที่มาไว้แล้วครับ

  12. ผมติดว่ากรณีของแรงงานนอกระะบบ บางทีอาจจะมีรายได้มากกว่า 15000 บาทหรือป่าวครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *