ไม่ยอม trade-off

เหอๆ บอกก่อนนะครับว่า แนวคิดในบทความนี้ ผมคิดเอาเองล้วนๆ ไม่มีทฤษฏีหรือข้อมูลอะไรมารองรับนะครับ

เคยรู้สึกมั้ยครับว่า ที่คนส่วนใหญ่ตัดสินใจอะไรไม่ได้เสียที มักจะมาจากนิสัยของคนๆ นั้นเองที่ไม่ยอม trade-off

การตัดสินใจคือการเลือกทางเลือกใดทางเลือกหนึ่งที่ีมี benefit โดยรวมดีที่สุด จากทางเลือกทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งโตยหลักตรรกง่ายๆ ก็คือ ชั่งน้ำหนักทั้งข้อดีและข้อเสียให้รอบด้าน แล้วเลือกทางเลือกที่มี net benefit สูงสุด (net benefit = all benefits minus all costs)

ซึ่งนั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจอะไร จะต้องมีทางเลือกที่ดีที่สุดอยู่เสมอ การตัดสินใจจึงไม่ควรเป็นเรื่องที่ยาก ยกเว้นในกรณีเดียวที่ทุกทางเลือกมี net benefits เท่ากันพอดี ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้ตัดสินใจได้ง่ายเข้าไปอีก เพราะจะเลือกทางเลือกไหนก็ได้เลย

แต่ในชีวิตจริง คนเราไม่ชอบทำ cost&benefit analysis เแต่ราจะมองหาทางเลือกที่ทำให้เรา “พึ่งพอใจ” ได้แทน กล่าวคือ มี net benefits เป็นบวก ซึ่งถ้าเป็นกรณีที่ทุกทางเลือกมี net benefits เป็นบวกหมด ก็จะไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร แต่ถ้าเป็นการตัดสินใจหลายๆ ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ทุกทางเลือกที่อยู่ตรงหน้าอาจมีแต่ทางเลือกที่ net benefits ติดลบทุกทาง นั่นแหละที่คนเราจะมีปัญหาเรื่องตัดสินใจไม่ได้ เพราะเราจะไม่ยอมเลือกทางเลือกมี net benefit สูงสุด (คือเป็นลบน้อยที่สุด) เพราะว่ามันติดลบ

และการที่เราไม่ยอมเลือกสักที เพราะไม่มีทางเลือกที่เรารู้สึกพอใจกับมัน สิ่งที่เรามักเลือกทำก็คือ เลือกที่จะไม่ทำอะไรเลย คืออยู่เฉยๆ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามเดิมไปเรื่อยๆ  และในหลายๆ กรณี การไม่ยอมทำอะไรเลยนี่แหละ ที่มักนำมาซึ่งความเสียหายที่เลวร้ายยิ่งกว่า

ถ้าเราสงสัยว่าเราจะป่วยเป็นโรคอะไรหรือเปล่า ทางที่ดีที่สุดคือ ควรจะรีบไปตรวจให้รู้ไปเลย เพราะยิ่งรู้เร็ว แม้จะต้องรู้ว่าตัวเองป่วย แต่อย่างน้อยก็ยังทำให้รักษาทันท่วงที แต่คนจำนวนมากก็เลือกที่จะไม่ไปตรวจ เพราะว่าไม่อยากรับรู้ความจริงถ้าหากตัวเองป่วย

เวลานักลงทุนซื้อหุ้นตัวไหนไปแล้วหุ้นร่วงแรง เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าน่าจะ cut loss เพราะระยะยาวไม่ดี แต่ใจเราก็ไม่อยากทำ เพราะไม่อยากยอมรับความจริงว่า ต้องขาดทุน ก็เลยใช้วิธีอยู่เฉยๆ ต่อไป ปรากฎว่า หุ้นร่วงลงต่อไปอีก คราวนี้ถ้าเปลี่ยนใจอยาก cut loss ก็จะต้องขาดทุนหนักขึ้นอีก ถ้าทำใจยอมรับไปตั้งแต่แรกคงไม่ขาดทุนมากนัก แต่เราเลือกที่อยู่เฉยๆ แล้วยึดหลัก ไม่ขายไม่ขาดทุน เพื่อย้อมใจตัวเองมากกว่า

คนที่บ่นเรื่องที่ทำงานทุกวัน นินทาเจ้านาย บ่นเงินเดือนน้อย แต่กี่เดือนกี่เดือนก็ยังไม่ยอมลาออกสักทีก็เป็นคนอีกแบบหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องการไม่ยอม trade-off ก็ถ้าที่ทำงานนั้นมันไม่ดีจริงๆ ทำไมไม่ยอมลาออก การที่คุณยังทำงานที่เดิมต่อไปมันแสดงให้เห็นว่ามันยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่คุณมีอยู่ คนที่ไม่มีปัญหาเรื่องการ trade-off และไม่คิดว่าที่ทำงานปัจจุบันดี เขาจะลาออกไปเลย แต่ถ้าเขาเลือกจะอยู่ เขาก็จะเลิกบ่นครับ

และตัวอย่างอื่นๆ ในชีวิตอีกเยอะแยะมากมาย…

3 thoughts on “ไม่ยอม trade-off”

  1. โดนใจครับพี่โจ๊ก จะว่าไปกรณีการลาออกจากงานมันมีสิ่งกีดขวางคือ ความกล้าในการที่จะออกจากที่ทำงานเก่า

    ซึ่งที่ใหม่มันอาจจะดีหรือแน่กว่าที่ทำงานเดิมก็ได้ ซึ่งผมคิดว่าถ้าเรายอมรับผลที่จะตามมาได้ เราก็จะสามารถข้ามสิ่งกีดขวางไปได้ (พออาจเรื่องสนุกคิดกับเศรษฐศาสตร์ในชีวิตประจำวันแล้ว ความคิดแล่นขึ้นเยอะเลยครับ เหมือนหลายๆเหตุการณ์เราสามารถนำเศรษฐศาสตร์มาใช้ได้ แต่ตอนเรียนนี่คำนวณเยอะมาก เซ็ง)

    1. จริงๆเรียน econ ไม่สนุกเหรอครับ
      ว่าจะเรียนต่อแล้วเลือก econ เนี่ยแหละ เพราะอ่านหนังสือแนวนี้แล้วรู้สึกสนุกดี ตอนนี้ เริ่มลังเลละ T T

  2. net benefit บางอย่างเป็นนามธรรม แต่ lost เป็นรูปธรรม
    เลยไม่ค่อยกล้า trade-off จะทำไงดีคะ –

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *