IT Detox

deviceยุคนี้เหมือนจะต้องมีสมาร์ทโฟน 1 เครื่อง โน้ตบุ้ค 1 เครื่อง และแท็บเล็ตอีก 1 เครื่อง

บางคนมี เดสก์ท๊อปส์ อีก 1 เครื่องด้วย เพราะยังชินกับการต้องมีเครื่องประจำไว้ที่บ้านด้วย

การมีหลายเครื่องช่วยทำให้ใช้งานในแต่ละรูปแบบได้อย่างทะมัดทะแมงจริงๆ เพราะแต่ละเครื่องออกแบบมาเพื่อการใช้งานในสถานการณ์ที่ต่างกัน

แต่ผมว่าการมีหลายเครื่องก็มีข้อเสียด้วยเหมือนกัน

อย่างแรกที่สุด มันทำให้ “บ้าหอบฟาง” ออกจากบ้านจะพกแค่แท็บเล็ตเครื่องเดียวก็ไม่ได้ เพราะมันดันโทรไม่ได้ ก็ต้องพกสมาร์โฟนอีกเครื่องอยู่ดี แล้วถ้าเกิดจะต้องพิมพ์เยอะๆ ตอบอีเมลขึ้นมาล่ะ ก็เลยยังต้องพกโน้ตบุ้คไว้ just in case อีก สุดท้ายแล้วก็ต้องพกไปทั้งแท็บเล็ตและโน้ตบุ้คและมือถือนั่นแหละ

อย่างที่สอง ไฟล์ข้อมูลกระจัดกระจาย เช่น อาจนั่งทำเอกสาร Word ด้วยเดสกท๊อปที่บ้าน แต่ดันลืม save ลงโน้ตบุ้ค พอพรุ่งนี้เช้าไปถึงที่ทำงาน เลยไม่มีงานส่ง ที่หนักที่สุดเลยคือ ไฟล์หนัง อยากจะเอาบางเรื่องออกไปนั่งดูนอกบ้านที่ร้านกาแฟนอกบ้านด้วยไอแพดได้ด้วย ก็เลยต้องมานั่ง copy ลงไอแพดอีกชุดหนึ่งก่อนออกนอกบ้าน จะเก็บทั้งไลบรารี่ไว้บนไอแพดก็ไม่ได้ เพราะความจุมันน้อย เชื่อว่าปัญหานี้สุดท้ายแล้วเค้าคงให้แก้ด้วยการเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้บน Cloud ทีเดียว ตอนนี้ก็พยายามทำให้มันเป็นจริงกันอยู่ แต่กว่าจะถึงวันนั้นคงอีกนาน ช่วงระหว่างนี้ยังเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ เพราะเน็ตบ้านเราช้าสุดๆ แถมถ้าให้เก็บ Library ไฟล์หนังส่วนตัวทั้งหมดเอาไว้บน Cloud ด้วย ณ พศ นี้ คงต้องค่าบริการรายปีตามขนาดความจุแบบแทบหมดตัว

เลยจะลองตัดสินใจออกจากแนวทางนี้ไปเลย แล้วหันมาใช้แค่โน้ตบุ้คตัวเดียวทำทุกอย่าง บวกแค่มือถือห่วยๆ อีกเครื่องที่ไว้โทรและพิมพ์ LINE กับ Twitter ได้ก็พอแล้ว เลิกมี gadget ใดๆ เพิ่มอีก

อาจเพราะโดยส่วนตัวแล้ว ผมใช้คอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์มากกว่าดู โน้ตบุ้คเครื่องเดียวเลยเป็นคอนเซ็ปท์ที่ใช้กับผมได้ ก็ยอมรับว่าคอนเซ็ปท์นี้คงไม่ได้เหมาะกับทุกคน (โน้ตบุ้คของผมพับเป็นแท็บเล็บเพื่ออ่านได้ด้วย แต่ไม่สะดวกเท่าไร ซึ่งไม่เป็นไร เพราะไม่ค่อยได้ทำแบบนั้น)

เดสก์ท้อปที่บ้านนั้นเลิกมีไปนานมากแล้ว โน้ตบุ้คสมัยนี้แทนพีซีได้สบายๆ แถมโน้ตบุ้คยังแทนระบบ A/V ในบ้านได้อีก แค่ยกโน้ตบุ้คไปวางไว้ใกล้ๆ จอทีวี แล้วต่อสาย HDMI อยากจะเล่นแผ่นดีวีดี หรือดู Youtube ก็ทำได้ทั้งหมด ครบมากกว่า Smart TV รุ่นแพงๆ ด้วยซ้ำ เลิกซื้อทีวีที่ฉลาดมากๆ ก็ได้ เพราะยังไงโน้ตบุ้คทำได้ดีกว่าอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อเครื่องเล่นดีวีดีตั้งโต๊ะ หรือโฮมเธียเตอร์ใดๆ ด้วย เพราะไดร์ฟดีวีดีสำหรับโน้ตบุ้คก็ใช้ได้เหมือนกัน ทำไมทุกคนต้องมีกันคนละหลายๆ ไดร์ฟ เพื่อการใช้งานซ้ำๆ กัน

ส่วนมือถือนั้นยังไม่สามารถกำจัดไปโดยสิ้นเชิง เพราะโน้ตบุ้คยังแทนมือถือไม่ได้แน่ๆ แต่ถ้า Note 2 ของผมพังเมื่อไร ก็ว่าจะเลิกใช้มือถือดีๆ ซื้อแค่รุ่นต่ำสุดที่ใช้โทรออกได้ ไลน์ได้ ทวีตได้ ตัวเล็กๆ พกใส่กระเป๋ากางเกงได้ ก็พอแล้ว บนท้องถนนเราก็ไม่ควรใช้มือถือทำโน้นทำนี่เยอะอยู่แล้ว

การลดจำนวนเครื่องที่ใช้ลง ทำให้ชีวิตง่ายด้วย เพราะสภาวะแวดล้อมการทำงานเป็นแบบเดียว อะไรอยู่ตรงไหนในหน้าจอในก็เหมือนเดิม ไม่ต้องใช้สมองไปจำเยอะว่าเก็บอะไรไว้ที่เครื่องไหนอย่างไร อีกอย่าง ผมพบว่า คนเราเสียไปกับการ customize app ต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการของเราที่สุดเยอะมาก ยิ่งมีเครื่องที่ใช้น้อยลง ก็ยิ่งเสียเวลาตรงนี้น้อยลงด้วย

ข้อดีอีกอย่างคือ เมื่อซื้อน้อยเครื่องลง ก็สามารถทุ่มงบประมาณให้กับเครื่องที่ใช้ได้มากขึ้น ซื้อรุ่นที่ดีมากๆ มาใช้ได้เลย ทำให้ทำงานได้เร็ว ทนทาน และอายุการใช้งานต่อเครื่องยาวกว่า ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องบ่อยๆ ให้เสียเวลาเซ็ตเครื่องใหม่บ่่อยๆ ช่วยลดขยะให้โลกได้อีกต่างหาก

ตรงกับหลักการของ Minimalist ที่ใช้ของให้น้อยชิ้นที่สุด แต่ใช้ของที่ดีๆ ครับ

2 thoughts on “IT Detox”

  1. เรื่องการมีอุปกรณ์ IT ไว้ใช้งานเนี่ย ส่วนตัวเห็นด้วยหลาย ๆ อย่างเลย หลายคนซื้อมาเพราะอยากมี อยากลอง แต่เอาเข้าจริง ๆ แทบจะไม่ได้ใช้ความ smart ของอุปกรณ์เหล่านั้นเลย แถมมีเยอะเป็นกระบุงบ้าหอบฟางกันเลยทีเดียว เคยเจอคนเอา note 7 มาโทร ในมือเล่น iPad โห ผมว่ามันก็มากไปนะ

    งานของผมเรียกว่าอยู่แต่หน้าจอคอม ผมมีคอม PC / Notebook / iPad มีปัญหาเรื่องข้อมูลกระจัดการจายในตอนแรก แต่ตอนนี้ยุค 3G มาแล้ว ทุกอย่างก็เลยเก็บไว้บน Cloud แทน ถ้าฝึกความเป็นระเบียบไว้ ก็จะเป็นอะไรที่สะดวกมาก ๆ ครับ

  2. สวัสดีครับคุณนรินทร์ ตจว ระบบ ไวเลส ไม่ได้ดีขนาดนั้น ผมต่อแลนเล่นเน็ทบ้านยายกับ notebook lenove R61 กับมือถือ nokia รุ่นธรรมดา อดเล่น line กับ twitter ฝั่งการทำงาน notebook ตอบโจทย์ผมหมด ตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปัจจุบัน อัพแค่แรมไปเป็น 3 กิ๊ก เครื่องไม่มีปัญหา ส่วนข้อมูล hdd 160 mb ใช้ ex hdd 500Gb ก็เหลือแล้วพกพาได้แต่ระวังหาย ต้องทำให้ข้อมูลเป็นอวัยวะที่ 33 ให้ได้พร้อมกับมือถือ และ เป๋าตังค์ จุดอ่อน solution นี้คือ มือถือผมเท่านั้น ที่เล่น line กับ twitter fb ไม่ได้และติดตามข่าวสารไม่ได้ตลอดเวลา จะซื้อสมารทโฟน ราคา กับ ฟังชั้น และความล้าสมัยก็ไม่โดนใจ นิสัยผมชอบอัพเดทโดยไม่เปลี่ยน hardware หลัก เลยพบว่า raspberry pi ตอบโจทย์ กำลังคิดทำ smartphone อัพเกรทได้ในระดับหนึ่ง แต่กินทรัพยากรเวลามาก เลยแช่แข็งไว้ ครึ่งปีแล้ว life style ที่ปรับให้เหลือน้อยนิถูกต้อง แต่ถ้าให้ตัด มือถือ เป๋าตังค์ กุญแจ notebook ออก ผมว่า เหลือเป๋าตังค์กับ มือถือนั้นแหละ แล้วรวม กุญแจกับ notebook เข้าไปในมือถือ ให้เหลือ มือถือกับ เป๋าตังค์พอ (แล้วผมจะทำงานอย่างไรละเนียะ)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *