กฎแห่งกรรม

ชาวพุทธส่วนใหญ่มักจะบอกว่าตัวเองเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม เพราะว่าตนเป็นชาวพุทธ

ก็คงไม่ผิดหรอกที่จะบอกว่า ศาสนาพุทธเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม แต่ความเข้าใจว่ากฏแห่งกรรมในแบพุทธคืออะไรนั้นอาจจะแตกต่างกันออกไปตามความรู้และประสบการณ์ของแต่ละบุคคล และที่จริงแล้วกฎแห่งกรรมเป็นสาระสำคัญในศาสนาพุทธหรือไม่ หรือเป็นแค่สิ่งที่ชาวอินเดียในสมัยพุทธกาลเชื่ออยู่ก่อนแล้ว พุทธจึงไม่อยากไปขัดแย้ง แต่ไม่ใช่สาระสำคัญของศาสนาพุทธ ก็เป็นเรื่องที่ยังถกเถียงกันอยู่

แต่เอาเป็นว่า ถ้าหากคุณเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมแสดงว่า เราไม่จำเป็นต้องลงโทษใครที่มาทำร้ายเราเลย เพราะว่ากฎแห่งกรรมจะช่วยจัดการกับคนเหล่านั้นเองในภายหลัง (ถ้าไม่โลกนี้ก็คงเป็นโลกหน้า) คล้ายๆ กับว่า มีระบบอัตโนมัติในธรรมชาติที่คอยรักษาความยุติธรรมให้ทุกคนอยู่ (หรือว่าบางทีมันอาจเกิดจากความรู้สึกเรื่องความยุติธรรมที่รุนแรงมากของมนุษย์ ทำให้มนุษย์สร้างแนวคิดนี้ขึ้นมาเพื่อปลอบใจตัวเอง เวลาที่รู้สึกถูกกระทำแบบไม่ยุติธรรม จะได้รู้สึกดีขึ้นรึเปล่าก็ไม่รู้)

เคยถามผู้รู้ด้านพุทธศาสนาหลายคนว่า เวลาผู้พิพากษาตัดสินประหารชีวิตนักโทษ ผู้พิพากษาจะบาปมั้ย ปรากฏว่าส่วนใหญ่ตอบว่า บาป นะ ซึ่งที่จริงแล้วถ้าเชื่อตามกฎแห่งกรรมก็น่าจะบาปจริงๆ เพราะถ้านักโทษเหล่านั้นทำเลว พวกเขาก็น่าจะได้รับผลกรรมเองตามกฎแห่งกรรมอยู่แล้ว ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า แต่การที่เราไปลงโทษเขาเพิ่มเติมเอง น่าจะกลายเป็นกรรมอันใหม่ที่ติดตัวเราไปต่างหาก ไม่เกี่ยวกับกรรมที่พวกเขาเหล่านั้นทำก่อน เราก็ต้องได้รับผลกรรมที่เราทำต่อนักโทษด้วยเหมือนกันไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า

เคยถามผู้รู้ทางพุทธศาสนาอีกเรื่องหนึ่งว่า คนที่ไปทิ้งระเบิดที่ฮิโรชิมา ทำให้คนญี่ปุ่นตายเป็นล้าน แต่ว่าช่วยยุติสงครามโลกมิให้ดำเนินต่อไป ซึ่งอาจจะช่วยให้คนทั่วโลกไม่ได้ต้องตายอีกหลายล้านคน จะได้บุญหรือว่าบาป ผู้รู้ส่วนใหญ่ก็ตอบว่าได้บาปเหมือนกัน

ว่าไปแล้ว การที่เราไปลงโทษคนชั่ว ก็เหมือนกับตัวเราเองทำตัวเป็นพระเจ้า ที่เที่ยวไปตัดสินคนอื่นว่าดีหรือเลว ทั้งที่เราก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่งที่ต้องถูกธรรมชาติตัดสินแบบมนุษย์คนอื่น ไม่มีสิทธิทำตัวเป็นผู้พิพากษาคนอื่นๆ เหมือนกัน ไม่มีสิทธิบอกเอาเองว่าอะไรถูกผิดดีชั่ว แต่เราก็ยังทำ มันก็น่าจะกลายเป็นกรรมใหม่ที่ติดตัวเราไป ยิ่งถ้าหากคนชั่วคนนั้นเขาไม่ได้ชั่วจริง แต่อาจเป็นเพราะเราหูเบาไปเอง ไปจองล้างจองผลาญเขา เพราะเข้าใจว่าเขาเป็นคนชั่วต้องกำจัด อย่างนี้ก็ยิ่งน่าจะเป็นกรรมหนักที่ติดตัวเราไปล้วนๆ เพราะมีเจตนาร้ายกำกับ

ศาสนาพุทธดูจะเป็นศาสนาที่เน้นทางสายกลาง ไม่ตอบโต้ ไม่จองล้างจองผลาญ ปล่อยให้กฎแห่งกรรมทำงานของมันเอง แต่เราก็เห็นพระสงฆ์ในพุทธศาสนาที่เป็นสายเหยี่ยวอยู่ไม่น้อย ที่บอกว่าต้องกำจัดคนชั่ว เช่น สอนว่าคอมมิวนิสต์ฆ่าได้ไม่บาป หรือออกมาปลุกระดมคนเพื่อขับไล่คนอื่น หรือบอกว่าพระยุ่งเกี่ยวกับการเมืองได้เพราะมีหน้าที่ต้องรักษาความดี และกำจัดคนชั่ว อะไรเหล่านี้ ถ้าหากมองเรื่องกฏแห่งกรรมแล้ว น่าจะกลายมาเป็นกรรมที่ติตตัวพวกเขาเหล่านั้นไปทั้งสิ้น เราไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินผู้อื่น ทำตัวเป็นกฎแห่งกรรมเสียเอง

One Reply to “กฎแห่งกรรม”

  1. ผมกลับเข้าใจว่า ศาสนาพุทธ(แบบที่สอนในไทย) บุญ บาป อยู่ที่ใจ หรือ เจตนา ซะอีก

    เพชรฆาต ศาล หรือ หมอ ถ้าฆ่าคนเพื่อความจำเป็นก็ไม่บาป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *