ความหมายของเกษตรอินทรีย์

เกษตรอินทรีย์ (Organic Farming) คือ การปลูกพืชโดยปฏิเสธการใช้สารเคมี “สังเคราะห์” ทุกรูปแบบ

ผักอนามัย ไม่ใช่เกษตรอินทรีย์ เพราะผักอนามัยปลูกโดยใช้สารเคมีทุกอย่าง รวมทั้งใช้ยาฆ่าแมลงด้วย เพียงแต่ก่อนจะเก็บเกี่ยวเพื่อนำไปขาย จะรอให้สารเคมีสลายตัวตามอายุของมันก่อน เพื่อมิให้เกิดสารพิษตกค้างเกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนด ไม่รีบเก็บเกี่ยวทันที เหมือนอย่างผักทั่วไป 

ผักปลอดสารพิษ ก็ไม่ใช่เกษตรอินทรีย์ เพราะผักปลอดสารพิษ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีใดๆ ที่เป็นพิษต่อมนุษย์ แต่ว่ายังใช้สารเคมีที่ไม่มีพิษต่อคนอยู่ เช่น ปุ๋ยเคมี เป็นต้น

ผักเกษตรอินทรีย์นั้น จะต้องไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ใดๆ เลยในทุกกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะมีพิษหรือไม่ก็ตาม

เหตุที่ต้องมีคำว่า”สังเคราะห์” ด้วย เพราะว่า ธาตุอาหารของพืช ไม่ว่าอยู่ตามธรรมชาติหรือว่าสังเคราะห์ ก็เป็น “สารเคมี” ทั้งนั้น ธาตุอาหารในดินกับในปุ๋ยเคมีคือสิ่งเดียวกัน ไม่ได้ต่างกันเลย เกษตรอินทรีย์จึงหลีกเลี่ยงสารเคมีสังเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่สารเคมีทั้งหมด เพราะว่าเป็นไปไม่ได้

จุดนี้ทำให้บางทีก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมจะต้องเกษตรอินทรีย์ด้วย ทำไมเราต้องรังเกียจปุ๋ยเคมีทั้งที่มันก็คือสิ่งเดียวกันกับธาตุอาหารในดิน ทำไมเราต้องรังเกียจปุ๋ยเคมีทั้งที่มันไม่ได้ก่อพิษใดๆ กับผู้บริโภค บางทีเกษตรอินทรีย์ก็ยังอธิบายไม่ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ทั้งหมด เหมือนจะมีความเชื่อ ลัทธิ อารมณ์ และอุดมการณ์มาผสมด้วย

ข้อเสียจริงๆ ของการใช้ปุ๋ยเคมีไม่ใช่พิษ แต่คือมันทำให้ดินเสื่อมสภาพ ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณปุ๋ยเคมีมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ต้นไม้ได้รับธาตุอาหารเท่าเดิม ต่างจากการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งจะไม่ทำให้ดินเสียเลย แต่ก็มีคำถามต่อมาอีกว่า แล้วเราปรับปรุงดินหรือเปลี่ยนดินใหม่ไม่ได้หรือในเมื่อต้นทุนมันถูกกว่า 

สินค้าเกษตรอินทรีย์จำเป็นต้องมีราคาแพง เพราะว่าการปฏิเสธสารเคมีสังเคราะห์ทุกรูปแบบ ทำให้ไม่สามารถ compromised ได้เลย ถ้ามีการใช้สารเคมีสังเคราะห์บางส่วน เพื่อช่วยลดต้นทุนลงบ้าง ก็จะไม่ใช่เกษตรอินทรีย์ทันที ปุ๋ยอินทรีย์เองก็ไม่ได้ช่วยประหยัด เพราะถ้าคิดธาตุอาหารต่อราคาปุ๋ยแล้ว ปุ๋ยเคมีจะมีธาตุอาหารมากกว่าปุ๋ยอินทรีย์ ถ้าทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง ก็ต้องใช้เวลาทำปุ๋ยมหาศาล ต่างจากปุ๋ยเคมีที่ซื้อมาใช้ได้เลย ต้นทุนเวลาและแรงงานของเกษตรอินทรีย์จึงสูงมาก

ถ้าเหตุผลเรื่องสุขภาพอธิบายไม่ได้ ก็อาจเป็นเหตุผลเรื่องรักษ์โลก คือเกษตรอินทรีย์ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ตัวอย่างเช่น ถ้าเราใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งสกัดมาจากปิโตรเลียม ก็ทำให้โลกเราบริโภคน้ำมันมากขึ้น แต่ในแง่นี้ คุณต้องเป็นคนที่รักษ์โลกมากๆ ขนาดที่ว่าจ่ายเงินเพิ่มแค่ไหนก็ได้ เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรบนโลกนี้น้อยลงอีกนิด พฤติกรรมบางอย่างของนักเกษตรอินทรีย์ก็ตอบไม่ได้ชัดเจนด้วยซ้ำว่า สร้างคาร์บอนเพิ่มขึ้นหรือว่าน้อยลงกันแน่ ตัวอย่างเช่น การปลูกผักกินเองที่บ้านเท่านั้น หรือการซื้อผักจากแหล่งผลิตที่อยู่ใกล้บ้านเท่านั้น ดูผิวเผินแล้วลดการใช้พลังงานจากการขนส่งได้ แต่โดยรวมแล้ว อาจจะสิ้นเปลืองทรัพยากรเยอะกว่า เพราะว่าถ้าทุกคนปลูกเองกินเองเป็น scale เล็กกันหมด การประหยัดต่อขนาดจะหายไป ทำให้บวกกันทุกบ้านแล้วอาจจะสร้างคาร์บอนมากกว่าไร่ที่ปลูกทีละเยอะๆ แล้วเอาไปส่งที่ซูปเปอร์มาร์เก็ตทีเดียวก็ได้

โดยส่วนตัวผมจึงไม่ได้สนับสนุนหรือต่อต้านเกษตรอินทรีย์ ถ้ามีอันจะกิน จะกินก็ดี แต่ผักปลอดสาร หรือผักธรรมดาแต่ล้างผักให้ถูกวิธี ก็น่าจะใช้ได้เหมือนกัน