กว่าจะเข้าใจ Punks ก็ปาไปครึ่งชีวิตแล้ว

เมื่อก่อนนี้ไม่เคยเข้าใจ พวก Punk เลยนะ ไม่เข้าใจว่า ทำไมพวกเขาถึงไม่ทำงานทำการ ทำไมไม่รับผิดชอบตัวเอง ทำไมต้องแต่งตัวประหลาดๆ ทำให้ตัวเองดูน่ากลัวมากกว่าจะดูดี ฯลฯ

มาช่วงหลังๆ นี่แหละที่เพิ่งจะเริ่มเข้าใจความคิดแบบ Punk แบบจริงๆ เพราะเมื่อโตขึ้น ก็เริ่มเห็นว่า สังคมมนุษย์จะสร้างค่านิยมบางอย่างขึ้นมา แล้ว force ให้ทุกคนทำตาม บอกว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม ใครทำได้คนนั้นคือคนดี คนประสบความสำเร็จ ใครทำไม่ได้ คือคนชั่ว คนไม่เอาไหน เช่น ต้องเข้าเตรียมฯ เข้าจุฬาฯ เป็นหมอ เป็นวิศวะ อยู่บริษัทฝรั่ง ไปเรียนต่อเมืองนอก มีบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ๆ มีรถซูปเปอร์คาร์ แต่งงาน มีลูก เข้าวัด ปฏิบัติธรรม มุ่งนิพพาน ฯลฯ

แต่ปัญหาก็คือว่า แล้วทำไมทุกคนต้องเลือกแบบเดียวกัน อยากเป็นแบบเดียวกัน ทำอะไรเหมือนๆ กัน ในเมื่อคนเราเกิดมาต่างกัน มีความถนัดและความชอบที่ไม่เหมือนกัน แล้วทำไมสังคมจะต้องพยายามบีบให้ทุกคนเหมือนกัน ทำไมเราไม่ใช้ความแตกต่างของมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาเพื่อให้เผ่าพันธ์มนุษย์แข็งแรง ปรับตัวได้ ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ทำไมทางเลือกที่ดีที่สุด มันถึงมีได้แค่อย่างเดียว มันน่าจะมีได้มากกว่าหนึ่งอย่างมิใช่หรือ สังคมน่าจะยกย่องและให้เกียรติทุกอาชีพ แม้แต่คนกวาดถนน ไม่ใช่บอกว่าบางอาชีพต่ำ บางอาชีพสูง เพราะคนกวาดถนนก็ทำประโยชน์ให้สังคมด้วยเหมือนกัน  

Punks ในแบบที่เป็นทัศนคติจริงๆ ไม่ใช่แฟชั่นการแต่งตัว ก็คือคนที่ต่อต้านค่านิยมที่คับแคบของสังคมทั้งหลาย (ทำไมต้องตัดผมรองทรง จะไว้ผมเกรียนไม่ได้เหรอ) ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่า ค่านิยมพวกนี้มันก็น่าต่อต้านจริงๆ นั่นแหละ เดี๋ยวนี้ผมไม่ได้คิดแค่ว่า เราไม่จำเป็นต้องทำตามค่านิยมพวกนี้เสมอไปก็ได้ แต่ค่านิยมพวกนี้บางทีก็ถึงขั้นน่ารังเกียจเลยด้วยซ้ำ มีคนมากมายที่ยินดีทำทุกอย่าง เพื่อแลกกับการได้มีและได้เป็นทุกอย่างที่สังคมยอมรับ ซึ่งรวมถึงการไหว้หน้าหลังหลอก การสร้างภาพ การโกง การหักหลัง การทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา และคนส่วนใหญ่ก็ยกย่องคนเหล่านี้ เพียงเพราะว่าพวกมีและเป็นในสิ่งที่สังคมบอกว่าเลิศเท่านั้น โดยที่เบื้องหลังจริงๆ พวกเขาจะแย่แค่ไหนก็ได้

ค่านิยมอันดีงามของสังคมไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไป และบ่อยครั้งมันเป็นสิ่งที่แย่มากเลยด้วยซ้ำ 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *