Self-actualization

ตามทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ คนเรามีความต้องการหลายระดับ ในระดับสูงสุดเรียกว่า Self Actualization หรือความต้องการที่จะค้นพบตัวตนที่แท้จริง ซึ่งมีคนจำนวนน้อยมากๆ ในโลกที่สามารถมาถึงจุดนี้ได้ก่อนตาย ตัวอย่างเช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ หรือ อับราฮัม ลินคอร์น เป็นตัวอย่างของบุคคลที่มาสโลว์เชื่อว่า บรรลุ Self- Actualization แล้ว

ในแง่จุดมุ่งหมายชีวิต อาจมองได้ว่า Self-actualization คือจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตมนุษย์ทุกคน ซึ่งตลอดชีวิตของคนส่วนใหญ่ อาจติดอยู่เพียงแค่ ความต้องการระดับล่างๆ เช่น ต้องการสนุก สบาย ได้ครอบครองสิ่งของ ร่ำรวย หรือบางคนก็อาจไปสู่ระดับที่สูงขึ้นมากหน่อย เช่น ต้องการชื่อเสียง ต้องการการยอมรับ ต้องการความภาคภูมิใจในตัวเอง ต้องการรู้สึกว่าตนเองเป็นคนมีคุณค่า เป็นคนดี เป็นต้น แต่คนส่วนน้อยมากที่โชคดีมากๆ เลยคือคนที่สามารถมาถึงระดับ Self-Actualization ได้ก่อนตาย

จึงเป็นการดีที่เราจะมาดูกันหน่อยว่า คนที่บรรลุ Self-Actualization ในทางจิตวิทยานั้น จะมีคุณลักษณะอย่างไรบ้าง เพื่อให้เรารู้จักมันเพิ่มมากขึ้น (แต่ถ้าจะให้เข้าใจจริงๆ ต้องรอให้คุณบรรลุเอง)

Self-actualization เป็นความต้องการที่จะบรรลุหรือไปถึงศักยภาพหรือขีดจำกัดที่ตัวเองมีอยู่ ซึ่งเป็นความต้องการทางใจอย่างหนึ่ง เปรียบเหมือนวิตามินของจิตใจ ถ้าคนเรามีทุกอย่างแล้ว แต่ยังขาดสิ่งนี้ ลึกๆ แล้วเราจะยังรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่าง ไม่ต่างจากคนที่ขาดสารอาหารบางอย่าง มันจึงเป็นความต้องการทางใจอย่างหนึ่งของมนุษย์ แต่เป็นในระดับที่สูงขึ้น

คนที่ self-actualised จะเป็นคนที่กระตืนรือร้นในการทำงาน แต่ทว่าเขาไม่ได้ทำเพื่อเงิน หรือแม้แต่ชื่อเสียง (เพราะเขาผ่านระดับเหล่านั้นไปแล้ว fulfilled ไปหมดแล้ว) แต่ทำเพื่อให้ตัวเองได้ใช้ศักยภาพที่มีอยู่ในตนอย่างเต็มที่มากกว่า พวกเขามักเป็นคนที่ไม่ focus ที่ความต้องการของตัวเอง หรือเรื่องของตัวเอง แต่ focus ที่คนรอบข้าง สังคมส่วนรวม จึงทำให้เป็นคนไม่ค่อยทุกข์ เพราะว่าไม่ได้หมกมุ่นกับตัวเองมากเกินไป

คนที่ self-actualised เป็นคนที่สามารถหัวเราะให้กับชีวิตได้ และเมื่อผิดก็ยอมรับว่าตัวเองผิดได้ ไม่โทษคนรอบข้าง หรือโทษปัจจัยภายนอก หรือพยายามแถว่าตัวเองไม่ผิด เป็นคนที่มีทัศนคติที่ยืดหยุ่น คือ ไม่คิดไปเองก่อนว่าจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่ดูจากสถานการณ์เป็นรายกรณีไป ไม่เหมารวม ไม่ใช้อคติ ไม่ยึดติดกับทฤษฎีแบบแข็งทื่อ หรือมีความเชื่อบางอย่างแบบงมงายระดับหัวชนฝา มองโลกตามความเป็นจริง ไม่ใช่แบบอุดมคติ ไม่เป็นคนที่คิดว่าโลกหรือสังคมจะดีได้ จะต้องบังคับคนอื่นที่ยังไม่ดีให้เชื่อหรือทำตามแบบที่ตัวเองคิด รับฟังคนอื่น ไม่ดูถูกความคิดหรือสติปัญญาของคนอื่น ไม่เผด็จการ ไม่ต้องการเป็นจุดสนใจของทีม ไม่พยายามเพราะว่าชอบแข่งขัน แต่พยายามเพราะว่าต้องการใช้ศักยภาพที่มีอยู่ในตัวให้เต็มที่

พวกเขามักไม่ใช่คนที่มีเพื่อนเยอะ แต่มักมีเพื่อนแท้ ไม่กี่คน แต่สนิมสนม และเป็นความสัมพันธ์ที่มีค่ามีความหมายกับเพื่อนสนิททุกคน สามารถอยู่กับตัวเองได้ อยู่คนเดียวได้ เห็นค่าของความสันโดษอันเป็นช่วงเวลาที่จะได้ทบทวนตนเอง อยู่กับปัจจุบัน ไม่มัวแต่คิดถึงเรื่องผิดพลาดในอดีตที่แก้ไขไม่ได้ หรือพะวงกับอนาคตมากเกินไป ไม่รู้สึกว่าต้องหาอะไรใหม่ๆ ทำไปเรื่อยๆ เพราะทนอยู่กับความสงบไม่ได้ มีภาวะ Peak Experience เกิดขึ้นในชีวิตบ่อยๆ อันเนื่องมาจากการได้ทำสิ่งต่างๆ ได้เต็มศักยภาพของตัวเอง

แนวคิดทางศาสนามองว่าความต้องการของคนไม่มีที่สิ้นสุด เราจึงไม่ควรไปป้อนอาหารให้มัน แต่แนวคิดทางจิตวิทยานี้เห็นว่า คนเรามีความต้องการอยู่เป็นลำดับขั้นที่ต้องได้รับการตอบสนองตามธรรมชาติไม่ใช่สิ่งน่ารังเกียจ  และเป็นกลไกที่ผลักดันให้เราพัฒนาตัวเองให้ขึ้นไปอยู่ในระดับของความต้องการที่สูงขึ้นไป และเมื่อพัฒนาไปถึงระดับ self-actualization เราก็จะทำเพื่อคนอื่นเพราะความต้องการของเรา fulfill หมดแล้ว จึงเป็นสองแนวคิดที่แตกต่างกัน 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *