Broad vs. Deep

แปลกดีนะ คนสมัยก่อนสามารถอยู่กับอะไรเดิมๆ ได้นานเป็นสิบยี่สิบปี เช่น แม่บ้านในหนังฮ่องกงสามารถเล่นไพ่นกกระจอกทุกวันกันครึ่งค่อนชีวิต

สมัยนี้เรามีทางเลือกมากกว่าเดิม เพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ถึงกระนั้น บางทีเรากลับรู้สึกเบื่อได้ง่ายกว่าคนสมัยก่อน พอช่วงไหนสังคมออนไลน์ไม่ค่อยมีดราม่าใหม่ๆ เราก็รู้สึกเหมือนชีวิตมันขาดอะไรบางอย่าง แทบจะลงแดงตาย

ใช่ว่าทางเลือกมากจะดีเสมอไป สมองของคนเราไม่ได้ทำงานแบบนั้น ทางเลือกกับความสนุกดูจะไม่ได้แปรผันตรงกันขึ้นไปเรื่อยๆ  ตรงกันข้าม ยิ่งมีทางเลือกมากขึ้น เรายิ่งเคยชินกับการเสพสิ่งต่างๆ แบบผิวเผินมากกว่าเดิม (เพราะเวลามีเท่าเดิม แต่มีสิ่งให้สนใจมากขึ้น)​ กลับยิ่งทำให้เราเบื่อสิ่งต่างๆ ได้เร็วขึ้น

คนสมัยก่อนถูกบังคับให้อยู่กับอะไรแค่ไม่กี่อย่าง เพราะทางเลือกมีน้อย เพราะเขาจึงถูกบีบบังคับให้ต้องอยู่กับสิ่งเหล่านั้นนานๆ ต้องหาวิธีมองสิ่งเหล่านั้นในมุมใหม่ๆ หรือในมุมที่ลึกกว่าเดิม ไปๆ มาๆ พวกเขาก็สามารถปรับตัวให้อยู่กับสิ่งของแค่ไม่กี่อย่างได้พอๆ กับที่เราต้องมีทางเลือกเยอะๆ เพื่อให้เราอยู่ได้ หรือบางทีพวกเขาอาจจะอยู่ได้ดีกว่าเราด้วยซ้ำ เพราะการไม่ต้องดิ้นรนหาอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

โลกที่มีทางเลือกมากขึ้นทำให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ น้อยลง (ก็มันมีให้เลือกเยอะนี่) คนสมัยก่อนซื้อเทปมาอัลบั้มหนึ่ง พวกเขาจะฟังมันซ้ำแล้วซ้ำอีก จนร้องได้ทุกเพลง แม้แต่พวกเพลงหน้า B

แทบทุกอย่างในโลกนี้ ถ้าคุณเข้าให้ถึงแก่นของมันจริงๆ แค่อย่างเดียว ทั้งชีวิตก็เรียนรู้ไม่หมด หมากรุก กีตาร์ การทำอาหาร ฯลฯ ที่เรารู้สึกเบื่อ เพราะเราไม่เคยเข้าไปถึงแก่นของอะไรสักอย่างเดียว ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไม่เก่งอะไรสักอย่าง และโลกก็ได้เป็ดห่วยๆ แบบคุณมาตัวหนึ่ง

2 thoughts on “Broad vs. Deep”

  1. เคยดูยูทูป อจ ถวัล ดัชนี เล่าว่า วาดภาพ30ปีแรกไม่มีราคา น้ำหนักมือใช้ไม่ได้ วาดทิ้ง พอพ้นช่วงนี้ น้ำหนักมือถึงขั้น ภาพได้ราคาทันที ชีวิตก็วาดภาพอย่างเดียว การเข้าถึงแก่น นี่ยากแท้ๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *