วัฒนธรรมตะวันตก กับ การเหยียดชาติ

สังคมตะวันตกค่อนข้างอ่อนไหวเรื่องการเหยียดเชื้อชาติและสีผิวเป็นอย่างมาก อาจเป็นเพราะเป็นสังคมที่ต้องอยู่ร่วมกันแบบหลายเชื้อชาติมานานแล้ว และเคยมีประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายอันเป็นผลมาจากการเหยียดชาติมากมาย

ในขณะที่บ้านเราดูจะไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้มากนัก คนไทยจำนวนไม่น้อยไม่รู้สึกว่าการเหยียดชาติและสีผิวเป็นสิ่งผิดอะไร สังคมไทยจะเน้นเรื่องการแบ่งชนชั้นทางสังคมอย่างชัดเจน ให้รู้จักที่ต่ำที่สูง มากกว่าเรื่องความเท่าเทียมเสมอภาค วัฒนธรรมไทยเห็นว่าการไม่เคารพผู้ใหญ่ถึงชั้นเป็น “ความชั่ว” แต่ไม่มีใครมองว่าการเหยียดชาติหรือสีผิวเป็นความชั่ว หรือถ้าไม่เหยียดชาติแล้วจะได้บุญ ทำให้มีความสุขความเจริญ

นับได้ว่าเป็นค่านิยมของสังคมที่ตรงกันข้ามกันเลยก็ว่าได้

เรื่องนี้ก่อให้เกิด Culture Shock ได้บ่อยๆ ในยุคโลกาภิวัตน์ ข่าวสารถึงกันทั่วโลก หรือเวลาที่คนไทยต้องอยู่ร่วมกันคนชาติอื่น ที่เป็นข่าวก็มีอยู่บ่อยๆ เช่น โฆษณาโดนัทรสช็อกโกแลตที่เอานางแบบไปทาตัวให้ดำปี๊หรือการเดินพาเหรดของบางสถาบันการศึกษาที่แต่งชุดแฟนซีเป็นชุดนาซี คนไทยมีวัฒนธรรมล้อเลียนคนตัวดำได้แบบเป็นมุกตลกขบขันอันดับหนึ่ง เหล่านี้มีคนไทยจำนวนไม่น้อยอ่านข่าวแล้วบอกว่า ไม่เห็นเป็นไรสักหน่อย  แต่ในมุมมองของฝรั่ง มันน่าตกใจมาก เหมือนกับคนที่ทำเป็นพวกขวาสายเหยี่ยวสุดโต่ง แบบที่พร้อมจะทำร้ายคนรอบข้างที่แตกต่างจากตัวเองได้ทุกเมื่อ ดูน่ากลัวมากๆ

คำหนึ่งที่มีปัญหามาก คือคำว่า “ฝรั่ง” ซึ่งคนไทยรู้สึกว่าไม่ใช่การเรียกแบบดูถูก แต่สำหรับฝรั่งแล้ว มันเป็นคำดูถูก เพราะคำว่าฝรั่งเป็นการพูดแบบเหมารวมเชื้อชาติ ไม่ต่างจากคำว่า นิโกร (Niger) ที่จริงแล้วแทนที่จะเรียกว่าฝรั่ง ควรเรียกชื่อประเทศจะเป็นการให้เกียรติมากกว่า เช่น ชาวอเมริกัน ชาวฝรั่งเศส มีเฉพาะฝรั่งที่อยู่เมืองไทยมานานพอจนเข้าถึง inner ของคนไทยแล้วเท่านั้นที่จะเข้าใจว่า คำว่าฝรั่งไม่ได้เป็นการดูถูก แต่สำหรับฝรั่งทั่วไปนั้น ไม่ควรเรียกครับ  

จากการได้สัมผัสกับคนรอบข้างที่มีความคิดเหยียดผิวเหยียดชาติ ซึ่งมีอยู่จำนวนมากในบ้านเรา ผมสัมผัดได้ว่า พวกเขารู้สึกเหยียดแบบบริสุทธิ์ใจจริงๆ คือ ไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องชั่วเลยแม้แต่น้อย แถมยังเป็นเหตุผลในการทำความดีของคนบางกลุ่มเสียด้วยซ้ำไป บางคนจะพูดออกมาตรงๆ แบบหน้าตาเฉย เช่น “เกลียดพวกคนดำ เห็นแล้วจะอวก” หรือ “ไม่อยากอยู่ใกล้ๆ ไอ้มืดนี่เลย กลัวมันทำร้าย”  เวลาได้ยินผมได้แต่เงียบ จะแสดงออกอะไรก็ไม่ได้ ยิ่งถ้าหากคนพูดเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ นอกจากจะไม่มีใครช่วยผม แล้วยังอาจจะโดนหาว่าไม่เคารพผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ

เรื่องเหยียดชาติในสังคมไทยเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยาก เพราะมันเป็นแบบไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเหยียดชาติอยู่ แถมการแบ่งแยกคน ยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยที่ฝังรากลึก (รู้จักที่ต่ำที่สุด คบคนต้องดูหัวนอนปลายตีน ฯลฯ) ขนาดที่เรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของความดีแบบไทย ดูๆ แล้ว ค่านิยมตะวันตกหลายอย่าง ไม่ใช่แค่ต่างกับค่านิยมไทยเท่านั้น แต่แก่นของมันขัดแย้งกันเลยทีเดียว การผสมวัฒนธรรมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน มันทำได้แค่เปลือกๆ เท่านั้น (แค่จัดอีเว้นท์ หรือทำโฆษณาเรียกน้ำตา เท่านั้น) เพราะเนื้อแท้ของมันไปคนละทาง