เบื้องหลังของดินแดนสารขัณฑ์

25 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอยู่ได้ด้วยการส่งออก เราส่งออกมาถึง 75% ของจีดีพี ถ้ามองแบบผิวเผิน การส่งออกช่วยให้เรามีเงินสำรองต่างประเทศไว้นำเข้าสินค้า และช่วยสร้างความต้องการจ้างงาน ทำให้คนมีงานทำ ดูแล้วก็เหมือนจะเป็นนโยบายที่ดี แม้ว่าเราจะพึ่งพาการส่งออกมากเสียจนเสียสมดุลอยู่บ้างก็ตาม

แต่ถ้ามองลึกลงไปมากกว่านั้น การที่เราจะส่งออกได้มากขึ้น ต้องทำให้ตัวเรามีความสามารถในการแข่งขันโดยเปรียบเทียบ ซึ่งที่ผ่านมาก็คือ การทำให้ค่าเงินบาทอ่อน และตรึงค่าแรงไว้ให้ถูก สินค้าส่งออกของเราจะได้มีราคาที่ตำ่กว่าคู่แข่ง ทำให้เราส่งออกได้ดี แต่การทำแบบนั้น มีคนบางส่วนได้ประโยชน์ตลอด และคนบางส่วนก็เสียประโยชน์ตลอด

คนได้ประโยชน์ก็คือ ผู้ส่งออก เพราะเมื่อบาทอ่อนเกินความเป็นจริง สินค้าส่งออกก็ย่อมขายดี เพราะดูมีราคาต่ำกว่าคู่แข่ง แต่ผู้เสียประโยชน์ก็คือ ผู้บริโภคในประเทศ เพราะเมื่อเงินบาทอ่อนกว่าความเป็นจริง สินค้านำเข้าจะแพงขึ้น ผู้บริโภคต้องซื้อของแพงขึ้นเพื่อแลกกับการที่ผู้ส่งออกส่งออกสินค้าได้มากขึ้น ซึ่งถ้าเป็นแค่ชั่วคราวคงไม่เป็นไร แต่เมื่อเป็นแบบชั่วนาตาปี ก็กลายเป็นการย้าย Wealth จากผู้บริโภคเข้าไปสู่กระเป๋าของผู้ส่งออก

ผู้ใช้แรงงานก็เป็นอีกกลุ่มที่เสียประโยชน์ เพราะแม้ว่าจะมีงานทำ แต่ก็ได้ค่าแรงต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะต้องตรึงค่าแรงขั้นต่ำเอาไว้เพื่อช่วยให้ประเทศส่งออกได้มากขึ้น เท่ากับว่า เมื่อเราส่งออกได้มากขึ้นสมใจอยากแล้ว แต่ความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงานจะไม่ได้ดีขึ้นเลย เพราะค่าจ้างต้องถูกกดเอาไว้ให้ต่ำ เพื่อช่วยส่งออกไปเรื่อยๆ การที่เราส่งออกได้มากขึ้น แต่ผู้ใช้แรงงานไม่ได้มีความเป็นอยู่ที่สูงขึ้นเลย มันจะมีประโยชน์อะไร

คนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดกับนโยบายแบบนี้คือผู้ส่งออก ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือเจ้าของกิจการ ซึ่งช่วงหลังๆ ก็เป็นกลุ่มทุนขนาดใหญ่ เพราะการส่งออกมีข้อกำหนดที่ซับซ้อนมากขึ้นด้วย ทำให้บริษัทใหญ่มีศักยภาพในการส่งออกได้มากกว่าบริษัทเล็ก สรุปว่า นโยบายส่งออก กลายเป็นนโยบายที่ทำให้นายทุนแข็งแรงขึ้น โดยแลกกับความเป็นอยู่ของผู้บริโภค ซึ่งได้แก่คนส่วนใหญ่ของประเทศที่แย่ลง (ค่าเงินอ่อน) และความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงานที่ไม่ได้ดีขึ้นตามไปด้วยเลย (ค่าแรงถูกกดไว้) เป็นเหมือนนโยบายที่ดูผิวเผินแล้วช่วยทั้งประเทศ แต่จริงๆ แล้ว ผลประโยชน์จะตกอยู่แต่กับคนชั้นนำของประเทศ คือพวกระดับนายทุน คนชั้นสูง ชั้นปกครอง เสียมากกว่า

บังเอิญว่า ช่วงหลายปีให้หลัง โลกเปลี่ยนไป ไทยส่งออกได้น้อยลง เพราะมีประเทศที่เคยอยู่ต่ำกว่าเราก้าวขึ้นมาแข่งกันเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกแข่งกับเรา ซึ่งประเทศพวกนี้ยังไงค่าแรงก็ต่ำกว่าเรา เราลดค่าเงิน ลดค่าแรงยังไงก็แพงกว่า ทำให้นโยบายเงินอ่อนค่าแรงต่ำใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะยังไง เราก็จะถูกแย่งชิงการส่งออกไปอยู่ดี ทำให้ช่วงหลัง เราไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหันมาพึ่งพาการท่องเที่ยวมากขึ้นแทนการส่งออก นโยบายเริ่มเปลี่ยนจากค่าเงินค่าแรงมาเป็นการทำทุกวิถีทางเพื่อจัดให้ประเทศเรามีสถานที่น่าเที่ยวน่าเดิน ซึ่งชนชั้นล่างก็อาจจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาบ้าง เนื่องจากค่าแรงถูกขยับขึ้น และกำลังซื้อคนส่วนใหญ่ก็เพิ่มขึ้น เพราะบาทไม่อ่อนแล้ว แต่ในแง่ของการพัฒนาประเทศ จะหันมาเน้นการพัฒนาประเทศเพื่อการท่องเที่ยวเป็นหลัก เช่น เพิ่มสนามบิน เพิ่มห้างสรรพสินค้า เพิ่มรถไฟฟ้า เพิ่มหอชมเมือง ในขณะที่คนในประเทศก็ยังเป็นคนจนอยู่แบบเดิม ไม่ได้ใช้สถานที่เหล่านี้ เพราะกำลังซื้อไม่ถึง ได้แค่ไปเป็นพนักงานทำความสะอาด หรือพนักงานห้าง เท่านั้นเอง ดูอย่างเมืองเชียงใหม่ที่ดูเจริญขึ้น แต่คนที่เดินอยู่ให้ห้างหรือร้านอาหารเหล่านั้น เป็นนักท่องเที่ยว คนท้องถิ่นเองไม่เคยได้เข้าไปเดินหรือกิน เพราะว่ายังจนอยู่เหมือนเดิม เหมือนเป็นโลกสองโลกที่ทับซ้อนอยู่บนพื้นที่เดียวกัน คือโลกของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาแย่งชิงพื้นที่จากโลกของคนท้องถิ่นที่ได้แค่มองดูตาปริบๆ คนที่เข้ามากอบโกยจากการเจริญขึ้นของเมืองเชียงใหม่จริงๆ คือนายทุนในธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งไม่ใช่คนเชียงใหม่ด้วยซ้ำ และส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มทุน อีกเหมือนเคย

กลุ่มที่อาจจะได้ประโยชน์บางส่วนคือกลุ่มคนในประเทศที่พอจะมีเงินบ้าง เช่น ชนชั้นกลาง ที่พอจะได้เดินห้างที่หรูขึ้น เพราะพอจะมีกำลังซื้อที่จะเดินห้างเหล่านี้ แต่คนเหล่านี้ก็มีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับคนทั้งประเทศ และคนเหล่านี้ก็ไม่เคยนำพาหรือสนใจว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนา ออกจะรังเกียจคนส่วนใหญ่ของประเทศเสียด้วยซ้ำ ประเทศไทยจึงเป็นประเทศของชนชั้นนำแค่หยิบมือที่ออกแบบประเทศยังไงก็ได้ เพื่อทำให้ตัวเองทำธุรกิจกับต่างประเทศให้ได้เงินเข้ากระเป๋าชนชั้นเดียวกันให้มากที่สุด โดยมีชนชั้นล่างซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นแค่เบี้ยหมากรุกในฐานะของแรงงานราคาถูกในการแข่งขันทางธุรกิจเท่านั้น เป็นประเทศที่ไม่เคยมีใครสนใจว่าเมื่อไร คนส่วนใหญ่ของประเทศจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเสียที มีแต่การกอบโกย และการไม่นำพา เท่านั้นเอง

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *