0260: ปฏิรูปรถเมล์ในกรุงโซล

ระบบขนส่งมวลชนเป็นเกมแห่งความลำบากใจของจำเลย เหตุเพราะรถส่วนตัวไปได้เร็วกว่ารถเมล์ เมื่อรถติดมากๆ ทุกคนอยากไปได้เร็วกว่าจึงจำเป็นต้องมีรถส่วนตัว เมื่อทุกคนเห็นแก่ตัวมีรถส่วนตัวกันหมด รถก็ยิ่งมากขึ้นทำให้การจราจรยิ่งติดขัดมากขึ้นไปอีก แต่ถ้าหากทุกคนพร้อมใจกับหันมาใช้รถเมล์ รถบนถนนจะหายไปกว่า 80% รถก็จะไม่ติดไปเอง ไม่จำเป็นต้องสร้างถนนเพิ่มเลย  

บางคนคิดว่าปัญหาทำนองนี้ต้องแก้ด้วยการปลูกฝังจิตสำนึก คือ รณรงค์ให้คนเสียสละเพื่อส่วนรวมด้วยการหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนกันให้มากขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน เราไม่ได้คิดที่จะแก้ Reward System ยังปล่อยให้รถส่วนตัวไปได้เร็วกว่ารถเมล์อยู่เหมือนเดิม แบบนี้ก็เหมือนกับปากเราชื่นชมคนที่ขึ้นรถเมล์ แต่มือเรายังเอาแส้เฆี่ยนพวกเขาอยู่ เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นกันแทบทุกประเทศ มากบ้างน้อยบ้าง แต่บ้านเราดูเหมือนจะเป็นมากที่สุด ประมาณว่าจับคนขึ้นรถเมล์มาทรมานราวกับค่ายกักกันนาซี คือพวกมันอยากขึ้นรถเมล์กันดีนัก ให้พวกมันยืนรอรถให้นานๆ ตากแดด ตากลม สูดควันพิษสักครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย แล้วค่อยจับพวกมันอัดก๊อบปี๊เป็นปลากระป่องอยู่บนรถที่ขับแบบอันตรายที่สุดเท่าที่จะอันตรายได้ พยายามทำให้พวกมันน่าสงสารที่สุด คือปิดทองหลังพระแล้วยังโดนทรมานอีก พวกมันจะได้ได้บุญมากขึ้นเป็นสองเท่าไง ดูซิจะยังกล้าขึ้นรถเมล์กันอีกมั้ย  

เรื่องรถเมล์บริการสุดห่วยนี่ผมยังพอรับได้ เพราะแน่นอนของราคาถูกมันก็ต้องห่วยเป็นธรรมดา แต่ Bad Reward System ที่ผมว่าเลวร้ายที่สุดคือ การให้รถเมล์วิ่งได้แค่เลนเดียว ในขณะที่รถส่วนตัวให้วิ่งกันไปเลยสี่เลน รถส่วนตัวจะได้ไปได้เร็วๆ แถมเวลารถเมล์ออกมาวิ่งนอกบัสเลน ยังโดนสาปแช่งอีก (ในขณะที่รถส่วนตัวเข้าไปวิ่งในบัสเลนสังคมไม่ว่าอะไร) ระบบแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นอย่างยิ่ง เพราะถนนเป็นของทุกคนเท่ากัน ไม่เกี่ยวกับราคาถูกหรือแพง ดังนั้นรถเมล์ซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนควรจะได้พื้นที่ถนนไปมากกว่ารถส่วนตัวจึงจะถูก สังเกตว่า Bad Reward System เมื่อใช้ไปนานๆ แล้ว คนส่วนใหญ่จะเริ่มปรับตัว ทำให้ยินดีไปกับระบอบที่ผิดด้วย ทุกวันนี้ ถือกันว่าถนนเป็นของคนใช้รถส่วนตัว รถเมล์เป็นแค่ผู้มาขออาศัยเท่านั้น เป็น Reward System แบบกลับตาลปัตรไปหมดแล้ว

ในที่สุดก็มีรัฐบาลของประเทศหนึ่งที่กล้าออกมาปฏิรูป Reward System นี้เสียใหม่นั้นคือ ประเทศเกาหลีใต้ เศรษฐกิจที่เติบโตเร็วของเกาหลีใต้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้การจราจรในกรุงโซลติดมากขึ้น (มากกว่ากรุงเทพ) รถเมล์ในโซลห่วยและไปได้ช้าทำให้ไม่มีใครอยากใช้ ผู้โดยสารลดลง ค่าโดยสารก็เลยยิ่งแพงขึ้น ยิ่งไม่น่าใช้เข้าไปใหญ่ รัฐบาลก็เลยออกนโยบายปฏิรูปรถเมล์ โดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาและเจรจากับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย จนทำให้เกิดการเปลี่ยนระบบจราจรใหม่โดยให้ตีเส้นสีแดงเพื่อให้รถเมล์ได้วิ่งเลนนอกสุดแทนเพื่อให้รถเมล์ไปได้เร็วที่สุด (ตลอดจนเปลี่ยนรถใหม่ให้น่าใช้ มีบัตรจ่ายเงินแบบ universal มีระบบจัดการจราจรอิเล็กทรอนิกส์) ช่วงแรกๆ นโยบายนี้ได้รับการด่าทออย่างรุนแรงจากผู้ใช้รถส่วนตัวอยู่ว่าทำให้รถติดมากขึ้น แต่หลังจากนั้น คนส่วนหนึ่งก็เปลี่ยนมาใช้รถเมล์แทนในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเย็นวันศุกร์ เพราะจะไปได้เร็วกว่า คนมีทางเลือกเพิ่มขึ้น การจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วนในกรุงโซลก็เริ่มเบาบางลง ตอนนี้ชาวกรุงโซลเริ่มเคยชินกับบัสเลนที่อยู่เลนนอกสุดแล้ว และมีความสุขที่การจราจรติดขัดน้อยลงด้วย 

เห็นมั้ยครับ Bad Reward System แก้ได้ ถ้ายอมโดนด่าหน่อยและกล้าเอาจริง  สุดท้ายแล้ววิน-วินกันทุกฝ่าย นักการเมืองก็ได้หน้าด้วย

http://www.youtube.com/watch?v=povmIqmJlbQ

38 thoughts on “0260: ปฏิรูปรถเมล์ในกรุงโซล”

  1. กรุงเทพฯ เหมือนกำลังทำอยู่(BRT) แต่ไม่รู้สร้างไปถึงไหนนี่สิครับ

  2. ไทยเราน่าทำมาก ๆ เลยอ่ะครับ
    ถ้า Post link ที่พันธู์ทิพย์ให้ตามมาอ่านเนี่ย คงมีคนสนใจมากขึ้นอีกหลายสิบเท่าจนอาจเป็นกระแสเหมือน GT200 ก็ได้(คงไม่ขนาดนั้น แต่ขอเว่อหน่อย 5) แต่คราวนี้เป็น อ.นรินทร์แทน 😀 (แต่พี่อาจงานเข้าได้เพราะจะมีแฟนคลับมาให้ปวดหัวเพิ่มอีกเป็นเท่าตัว หุหุ)

  3. กลัวอย่างเดียว นักการเมืองไม่อยากได้หน้านี่สิ

  4. เห็นประกาศแปะอยู่ที่ป้ายก่อสร้างBRTว่า พร้อมให้บริการ ต้นปี 2552

    1. เข้าใจว่าสร้างเสร็จแล้ว แต่เปิดดำเนินการไม่ได้ เพราะติดปัญหาเรื่องความโปร่งใสอะไรสักอย่างหนึ่งนี่แหละ

  5. เกาหลีใต้ อยู่ใต้เกาหลีเหนือเท่านั้น นอกนั้นเหนือกว่าอีกหลายประเทศ

    ความเจริญที่เราเห็น ไม่ใช่โชคช่วย
    แม้คนของเขา(เฉพาะผู้ชาย) อาจจะดูถ่อยเถื่อนไปนิด แต่มีคุณภาพ

    ฝากคุณนรินทร์ ช่วยรณรงค์
    ชักชวนให้คนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะ แม้จะลำบากกว่ารถส่วนตัวไปบ้าง สัปดาห์ละวันหรือเฉพาะวันหยุดก็ยังดี
    และทุกครั้งที่เจอรถเมล์ ช่วยหลีกทางหรือให้ทางให้เขาไปก่อนเถอะ คนบนนั้นมากกว่ารถเราเยอะ

    เปลี่ยนแปลงที่ตัวเราก่อน แล้วสังคมจะดีขึ้นครับ

    1. คนไทยรักสบายครับ(งง ชาติใหนเนียะ ไม่รักสบาย) ยาไม่แรงอาจเหนื่อยฟรี แต่ถ้าทำกันจริงจัง เห็นผลแน่เพราะ เรื่องนี้ คนนั่งรถเก๋งที่ต้องการช่วยเหลือสังคม เอาแน่ แต่ต้องจริงใจมากๆ ไม่ใช่แค่ว่า พอได้หน้าแล้วก็บ้านใครบ้านมัน กลับมาแบบเดิมอีก การรณรงค์ที่ได้ผลในบ้านเราเท่าที่เห็นๆนะครับ ได้ผลแบบเป็นรูปธรรมที่สุด คือ ใสเสื้อเล่นกีฬาสี ไม่รู้เป็นอะไร คนไทยชอบกีฬาหรือไงไม่ทราบ

    2. รณรงค์ยากครับ ตราบใดที่เรายังลงโทษคนขึ้นรถเมล์อยู่

      เปลี่ยนแปลงที่ตัวเราเองก่อนยากครับ เพราะมันเป็น prisoner’s dilemma

      ถ้าให้ priority กับรถเมล์ก่อน เวิร์คทันทีเลยครับ ไม่ต้องรณรงค์

      1. ไม่เข้าใจ prisoner dilemma ครับ
        ใช่เกี่ยวกับเรื่องการไม่ยอมเสียเปรียบหรือเปล่าครับ
        เปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่ยากอย่างที่คิดหรอกครับ
        ที่สำคัญต้องหมั่นปฏิบัติ
        ทำซ้ำ ทำซ้ำ ๆๆๆๆ และจะเป็นไปเองในที่สุด
        การใช้วิธี ให้ขนม หรือเอาไม้ตีมือ บ่อยๆเข้า
        กลายเป็นว่า เราจะจัดการคนให้เหมือนสัตว์ไปน่ะครับ

  6. กทม.น่าจะนำเอารถโมโนเรลรุ่นใหม่ๆมาปรับใช้ โดยเฉพาะกลางเมือง เห็นเริ่มมีโครงการแล้วครับ แถวจุฬา ถือเป็นความริเริ่มที่ดี 🙂

    1. รถบีอาร์ที เคยเขียนเสนอไปหลายปีแล้วว่า”ไม่ควรทำ”เพราะใช้พื้นที่จราจร แต่ควรปรับเป็นโมโนเรล ปักเสาตรงฟุตบาท ข้างคลองช่องนนทรี(ถ.นราธิวาส) พอดีใช้รถแถวนี้ตั้งแต่ยังไม่มีถนนนี้เลยครับ เชื่อมบีทีเอส ยาวไปพระราม 3 ส่วนถ.พระราม 3 ก็ปักเสากลางคลอง(ทำได้ครับ กดต่อม่อให้ต่ำกว่าระดับน้ำในคลอง ขนาดเขาทำอุโมงข้ามระดับทะเลยังทำได้) ส่วนบีอาร์ทีไปดูงานเมืองนอกมาแต่เราต้องมาปรับใช้ครับ มันไม่เหมาะสมกับถนนที่สร้างแล้วในไทยครับ

    2.ถ.ลาดพร้าวการจราจรหมาแน่น

    โจทย์คือ 1.ขนคน 2.ขนรถ
    วิธีแก้ 1.ขนคน
    ทำโมโนเรล (รถไฟฟ้าขนาดเบา) วิ่งจากรถใต้ดินแถวเซ็นทรัลลาดพร้าว วิ่งเกาะกลางยาวถถึงเดอะมอล บางกะปิ อาจต้องเวนคืนที่ดินย่านชานเมืองหรือขอใช้พื้นที่ทำดีโป้(ซ่อมบำรุง)ถ้าทำสำเร็จจะช่วยขนคนได้ดีมาก และช่วยประหยัดงบมากกว่า
    2.ขนรถ
    ทำถ.ลาดพร้าวให้เป็น “ทางด่วนลาดพร้าว” โดยปิดเกาะกลางลาดพร้าวทั้งหมด ทำการเวนคืนห้องแถวบางช่วง (แต่ต้องจ่ายเขาให้เหมาะสมราคาครับ) ทำจุดกลับรถเกือกม้าหันหลังชนกันเหมือนบางนา-บางปะกง รถที่ออกจากซอยทั้งหมดต้องไปกลับรถมา ทำให้ไม่มีจุดตัดรถครับ จะช่วยขนรถได้ดีขึ้นครับ

  7. บ้านเราคนที่มีอำนาจไม่เคยนั้งรถเมล์ แถมจะสร้างถนนยกระดับก็ต้องอาศัย “พลังเทวดา” ทำแป๊ปเดี่ยวเสร็จผู้คนแซ่ซ้องสรรเสริญในความสามารถ แต่ไม่เคยตั้งคำถามว่าทำไมทำอยู่สายเดียว แล้วทำไมต้องทำสายนั้น (ผลประโยชน์ทับซ้อน?)

    มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ระบบถนนในเมืองไทยดีมากๆ ในขณะที่ระบบรางไม่ได้เรื่อง เป็นการสมคบคิดกันนระหว่าง บริษัทรถยนต์ (ผ่านรัฐบาลญี่ปุ่น ในการให้ Soft Loan สร้างระบบถนนทั่วประเทศ ตั้งแต่สมัย 1970 เป็นต้นมา) กับ บริษัทปูนซิเมนต์รายใหญ่ (แทบจะผูกขาด) เลยไม่สนับสนุนให้เกิดระบบรางที่แม้จะลงทุนครั้งแรกค่อนข้างมากแต่ระยะกลางถึงยาวคุ้มค่าการลงทุน ประหยัด และดีในแง่สิ่งแวดล้อม กว่ามาก

    ผมคิดดูแล้วก็สมเหตุสมผลไม่น้อย คุณเจ้าของบล็อกเคยได้ยินเรื่องนี้ไหม และมีความเห็นว่าอย่างไร

    1. เรื่องบ้านเราไม่มีรถไฟฟ้า เพราะญี่ปุ่นไม่อยากให้สร้างนี่เป็นไปได้ครับ เพราะประเทศที่จะเป็นฐานการผลิตรถยนต์ของโลกที่ดีจะต้องมีตลาดภายในที่ใหญ่พอที่จะถึงจุดคุ้มทุนได้ตั้งแต่ยังไม่ส่งออก จึงจะได้เปรียบเรื่องต้นทุน ถ้าคนไทยซื้อรถน้อยลง ญึ่ปุ่นอาจจะเลิกมาสร้างโรงงานที่นี่ได้ เราจึงต้องง้อญึ่ปุ่น

      แต่ถ้าเป็นรถไฟธรรมดา อันนี้ญึ่ปุ่นเป็นคนอยากให้เราพัฒนาให้เป็นรางคู่ และเปิดให้เอกชนเช่าใช้เพื่อขนส่งได้ เพราะญึ่ปุ่นต้องการลดต้นทุนลอจิกติกส์ของเขา แต่การรถไฟของเราไม่ยอม

      1. คือผมได้ยินเรื่องทฤษฎีสมคบคิดของญี่ปุ่น บ.รถยนต์ กับ บ.ปูนซิเมนต์ กับเรื่อง รบ.สิงคโปร์ กับคอคอดกระ ล็อบบี้ผู้ยิ่งใหญ่ของไทยไม่ให้ทำ (สองประเด็น แต่ก็เกี่ยวกันเพราะตัวละครเดียวกัน) มาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กน้อยซึ่งฟังแล้วไม่เข้าใจนะตอนนั้น พอไม่นานมานี้ได้ยินหรือมีเรื่องทำให้กลับไปนึกถึงเรื่องนี้แล้วก็มาคิดๆดูก็มีมูลมากๆ

        อยากถามว่าคุณเคยได้ยินเรื่่องนี้มาก่อนหน้านี้หรือเปล่าครับ?

  8. เห็นด้วยกับความคิดที่ว่า
    รถขนส่งมวลชน ควรได้พื้นที่ถนนส่วนใหญ่

  9. อยากถามพี่สุมาอี้นอกเรื่องนิดนึงครับ
    ปรกติพี่เสพสื่ออะไรบ้างหรอครับ
    อยากรอบรู้เหมือนพี่บ้าง เลยอยากรู้ว่าพี่อ่านหนังสือประเภทไหน
    แล้วเฉลี่ยแล้วต่อเดือนพี่อ่านประมาณกี่เล่มครับ

    ขอบคุณครับ

    1. “เสพ” สื่อ

      ASTV มั้ง 555+

      นิตยสารที่ผมอ่านประจำคือ the economist

      ผมดู TV น้อยมากๆ บ้านไม่มีเคเบิลด้วย

      ผมหาความรู้จากการอ่านหนังสือเป็นเล่มมากที่สุด ผมซื้อหนังสือจาก amazon ปีละหลายหมื่นบาท

      นอกนั้นก็อ่านตามเว็บ กับฟังวิทยุเวลาขับรถ

      มีอยู่แค่นี้

      ผมว่าการหาสื่อที่จะช่วยป้อนข้อมูลให้เราเลยนั้นหาดีได้ยาก ต้องเริ่มจากความขึ้สงสัยของเราเองในเรื่องนั้นเรื่องนี้ แล้วพยายามไปหาคำตอบ วิธีนี้จะมีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะไม่ต้องเสียเวลาอ่านแบบเหวี่ยงแห เจาะเอาแต่ที่อยากรู้ไปเลย

      1. น่าจะมีหน้านึงในบล๊อกพี่โจ๊ก ไว้แนะนำหนังสือน่าอ่านนะครับ

  10. เวลา ผู้โดยสารขึ้นลงยังไง ต้องเดินไปเกาะกลาง อะเป่า

    ต่างกับ Bus lane บ้านเรายังไง บ้านเราก็ห้ามรถธรรมดามาวิ่ง BUS LANE นิ

    1. ต้องข้ามทางม้าลายไปครับ

      บัสเลนบ้านเราอยู่เลนในสุด ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะห้ามไม่ให้รถคันอื่นเข้ามาเลย

      1. บ้านเราให้ข้ามทางม้าลายไปขึ้นรถเมล ผมไม่เอาเด็ดขาด ความเสี่ยงในการข้ามทางม้าลายบ้านเรามากจนไม่คุ้ม

  11. ชอบรถเมล์ของเกาหลีอย่างนึงค่ะ ตรงที่มีเสียงบอกอยู่ตลอดว่า ป้ายนี้คืออะไร ป้ายหน้าคืออะไร
    อยากให้บ้านเรามีแบบนี้บ้าง ไม่รู้ว่ามีรียัง

  12. ถ้ารถเมล์ในกทม.วิ่งเร็วขึ้น
    รถเมล์จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่ารถส่วนตัว
    และจะทำให้แท๊กซี่สูญเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างมากเพราะเป็นทางเลือกที่ด้อยกว่า
    ระยะยาวถนนหลวงอาจมีแต่รถเมล์
    ในซอยเล็กๆอาจมีแต่ จยย.รับจ้างครับ

    ขอบคุณพี่โจ๊กสำหรับบทความดีๆครับ

  13. ระบบนี้ต่างจาก BRT ยังไง
    ถ้าเหมือนกัน ทำอย่า เกาหลีน่าจะถูกกว่าเยอะ

  14. ให้รถเมล์ทุกคนเรียนวิธีการขับรถจากสายแปดครับ รับรองเร็วแน่ 555+ ล้อเล่นน่ะครับ

    ผมว่าทั้งเรื่องข้ามทางม้าลายแล้วอันตราย, เรื่องรถยนต์มาวิ่งใน Bus lane ฯลฯ ทุกเรื่องติดอยู่ที่ปัญหาความเข้มงวดของการบังคับใช้กฏหมาย ซึ่งสุดท้ายก็ไปจบตรงเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจในการบังคับใช้กฏหมายอยู่ดีครับ เหอๆๆๆ

    ปล. ผมว่าประเทศนี้อย่าไปหวังให้มันพัฒนาทางวัตถุเทียบเทียมชาวบ้านเลยครับ เราเลิกยุ่งกับความเจริญทางโลกหันไปพัฒนาความเจริญทางธรรมดีกว่า เรามีคุรุด้านนี้เยอะมาก เยอะที่สุดในโลกแล้วด้วยซ้ำมั้งผมว่า

  15. สร้างถนนดีกว่า จะไปสร้างระบบรางทำไม กินกันยาก เดี่ยวรถออกมาเยอะแล้วไม่มีพื้นที่วิ่ง เอาเงินไปจ่ายค่าเวรคืนค่าสร้างถนนดีแล้ว ฮาฮา ตอนนี้บริเวณสถานนี BRT ต่างๆกำลังทุบถนนดีๆทิ้ง รื้อเทปูนใหม่อีกแล้ว ไม่รู้จะทำอะไรกัน ป้ายก็ไม่มีอะไรบอก

    เมื่อไหร่ รัฐไทยจะเลิกนโยบาย ทุบของดีๆทิ้งแล้วทำของใหม่ห่วยแทนได้สักที
    ไม่มีโครงการที่ล้างผลาญภาษีที่ดีกว่านี้แล้วหรือไง ถ้าใครนึกไม่ออกก็เช่น

    ทุบทางเท้าเดิมดีๆทิ้ง ทำใหม่ ทำก็ไม่ได้ดีกว่าเดิม

    ทุบขอบทางเดิมดีๆทิ้ง ทำใหม่ แบบห่วยๆ เห็นแบบใหม่ด้วยคือทุบของเก่าทิ้งเฉพาะขอบๆ จะได้ประหยัดปูนใหม่ด้วย สุดยอด

    ถนนใหม่ๆดีๆ ท่อระบายน้ำดีๆ ก็ขุดให้เลอะ แล้วก็ทำใหม่ได้ห่วยกว่าเก่า

    ต้นไม้ข้างทางก็ รวมตามสวนต่างๆไปด้วยก็ได้ ก็ปลูกใหม่ได้ทุกปี ปลูกกันเข้าไป

    ป้ายสำนักงาน ทุบๆทำใหม่ ตามสมัยนิยม

    เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน แต่งห้องทำงาน พอคนของรัฐที่อายุเยอะหน่อย แก่ๆใกล้เกษียณคนใหม่ โง่ๆเหมือนคนเก่า ย้ายๆมาก็ทำใหม่กันทุกปี

    นี่แค่ตัวอย่าง ของดีๆ สร้างห้องสมุดมีหนังสือดีๆ สร้างพิพิธภัณฑ์เจ๋งๆ สร้างระบบรางไว้ขนส่งดีๆ จะได้ไม่ต้องมีรถบุคคลกันเยอะนะมีมั้ย อย่างอื่นๆดีๆก็มีอีกเพียบนะ คิดได้มั้ย ไปดูงานเมืองนอกเมืองนากันทุกปี ได้แต่ shopping คิดสร้างสิ่งดีๆนะ จิตสำนึก สร้าง integrity นะ รัฐไทยทำเป็นหรือเปล่า ปลูกฝังให้ชาวบ้านชาวเมืองได้มั้ย

    ผู้ปกครองรัฐไทยทุกระดับ คิดโครงการดีๆก็ไม่เป็นหรือไงก็ไม่รู้ หรือมีช่องให้โกงยากก็ไม่ใช่เพราะ คนของรัฐไทยเท่าที่สัมผัสมา …เนีย โกงกินได้ทุกโครงการทุกระดับ เก่งแต่เปลี่ยนข้อสอบ เปลี่ยนวิธีเข้ามหาวิทยาลัย จบมาเยอะๆเลย ป.ตรีทางสังคมศาสตร์ทั้งหลายนะ มนุษย์ศาสตร์ รัฐศาสตร์ อีก ให้จบทั้งประเทศไปเลย จบตรีมาเห็นก็มาเป็นสาวหนุ่มโรงงานเหมือนเดิม จะจบมาเยอะๆทำไม

    หมอ พยาบาล นักวิทยาศาสตร์ วิศวะ สถาปนิก นักคิดนักเขียน ศิลปิน ศิลปะ นักเกษตรศาสตร์ ไม่ต้องสร้างมาเยอะหรอก..คนประเทศนี่ไม่ต้องการ..พวกจบนิติก็ไม่จำเป็น…เพราะประท้วง เผาบ้านเผาเมืองดีกว่า

    พาออกนอกประเด็นไปเยอะแล้ว ไปดีกว่า ..ฮาฮา ข้าพเจ้าเอง

  16. ขอถามแบบงงๆๆ

    ผมว่าอีกเหตุผลหนึ่งที่คนส่วนใหญ่หันมาใช้รถส่วนตัวกันก็เพราะ ความทั่วถึงของขนส่่งมวลชนด้วยนะครับ
    เพราะบางทีสถานที่ที่จะไปก็ไม่มีรถเมล์ไปถึง จึงต้องใช้รถส่วนตัว

  17. ในเมืองไทยข้อด้อยอีกอย่างนึงของรถเมล์ในไทยคือรถร่วมบริการ รถเมล์ในทางเศรษฐศาสตร์แล้วมันค่อนข้างจะเป็นการผูกขาดโดยธรรมชาติ จึงควรมีเจ้าของคือรัฐหรือท้องถิ่น ในเมืองน่าอยู่ทั่วโลกเขาจะจัดการโดยท้องถิ่นไม่ปล่อยให้เอกชนมาแข่งขันแบบไทย การให้เอกชนแข่งขันกันให้บริการรถเมล์ในเส้นทางเดียวกันมันจึงไม่ได้ผลในเชิงประสิทธิภาพ มันจึงเกิดการจอดแช่ที่ป้ายเพื่อให้ได้กำไรสูงสุด

  18. Pingback: ระบบที่สนับสนุนให้คนทำเลว « It’s your world…. in my view
  19. ทำแบบนี้ได้ก็ดี น่าขึ้นรถเมล์มากกว่าขับรถเองอีก

  20. พระราม 3 ปรับปรุงถนนเพื่อรองรับ BRT ไงครับ ไม่ได้ทุบของดีทิ้งแล้วสร้างใหม่ แต่ถนนพระราม 3 นี่ไม่เรียบเลยครับ มีทั้งขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ สะพานรอยต่อไม่สนิท ถนนทรุดตัวไม่เท่ากัน เค้าจะปรับปรุงตามอาการ ไม่งั้นจากชานชาลา BRT อาจจะก้าวเข้าหน้าต่างรถได้เลย

  21. ระบบแบบนี้ต้องการถนนกี่เลนครับ ถึงจะทำได้ ถนนกรุงเทพ ทำระบบแบบนี้น่าจะท้าทายมาก แต่ก็น่าทำให้ระบบสาธารณะสะดวกกว่ารถส่วนตัว แต่ต้องต้องทำหมดทั้งระบบ ตั้งแต่รถมอไซค์รับจ้างออกจากบ้านในซอย one-pass ทั้งระบบ ไม่ต้องรอนาน ทำระบบเดียว บางส่วน จะยังไม่เห็นผล

  22. ถ.พระราม3 เลนริมนั้นทรุดตัวเพราะน้ำจากคลองกลางถนนซึมเข้ามายังใต้ดินของถนนครับ แก้ไขได้แล้ว
    ส่วนระบบนี้ต้องการถนนกี่เลนนั้นแล้วแต่ความเหมาะสมครับ แต่ที่แน่ๆถนนใหม่อย่างพรานนก-วงแหวน ควรออกแบบรองรับไว้เลย จะได้ไม่ต้องมาปรับทีหลังให้เปลืองงบครับ

    สรุป สำหรับกรุงเทพ ระบบฟีดเดอร์เสริม ระบบรถโมโนเรล เป็นคำตอบที่ดีครับ (คล้ายซิดนีย์ ออสเตรเลีย ,กัวลาลัมเปอร์ มาเลเชียหรือ รถสวนสัตว์เชียงใหม่ครับ)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *