0039: Blog Tag

โดนพี่ไท้ยิง Blog Tag ครับ คนที่ถูกยิงจะต้องทำ 2 สิ่งต่อไปนี้คือ
1.บอกความลับของคุณ 5 ข้อ
2.บอกรายชื่อที่คุณต้องการยิง 5 คน ซึ่ง 5 คนนั้น จะต้องทำแบบคุณ
ก็เลยเป็นที่มาของ post นี้ครับ

1. ผมเป็นลูกคนรอง มีพี่ชาย 1 คน มีน้องสาว 1 คน มีน้องชาย 1 คน
2. ท่าทาง nerd ๆ แบบผมนี่ ที่จริงแล้วผมเกลียดการไปโรงเรียนมาก ตอนป.ต้นผมรู้สึกว่าการบ้านมันเยอะเกินไปก็เลยไม่ยอมทำซะงั้น โดนตีบ่อยมากแต่ก็ยังไม่ยอมทำอยู่ดี ถึงขนาดที่ครูประจำชั้นอนุญาตให้เพื่อนที่นั่งข้างๆ ผมตรวจกระเป๋าของผมได้ว่าผมส่งการบ้านหรือไม่ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมโดนตีทุกวันแต่ก็ยังไม่ยอมทำการบ้านอยู่ดี ผมไม่อยากไปโรงเรียนเพราะมีแต่เรื่องโดนตีทุกวัน วันนี้จะโดนเรื่องอะไรหว่า เกลียดวันจันทร์มาก แต่พอขึ้น ป.5 ครูประจำชั้นเป็นคนที่สอนหนังสือสนุกมากก็เลยจุดประกายให้ผมสนใจเรียนตั้งแต่นั้นมา (แต่ก็ยังไม่ชอบการไปโรงเรียนอยู่ดีจนถึงบัดนี้)

3. ผมกลัวการไปงานเลี้ยงมาก โดยเฉพาะงานที่ต้องเจอคนมากๆ ที่เราไม่สนิท ทำอะไรก็รู้สึกเก้งๆ กางๆ ไปหมด ต้องหาเรื่องคุยไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่รู้จะคุยอะไรดี แถมตอนกลับก็ต้องไปสวัสดีคนโน้นคนนี้ตามมารยาท (หนีกลับไปเลยเป็นประจำ) เวลาอยู่ในงานแบบนี้ผมจะอยู่แต่ตัวแต่ใจลอยกลับบ้านไปนานแล้ว

4. เรื่องเปิ่นๆ ของผมก็คือ ผมลืมที่จอดรถบ่อยมาก แบบว่าแทบทุกวัน
5. จุดอ่อนของผมอยู่ที่สีข้างครับ

อ่ะเผยไต๋หมดล่ะ ขอยิง Blog Tag ให้ พี่ CK , Scott Adams (เขาคงมาเห็นหรอกนะ), หมีเซอะ, Keng, offshore-engineer ครับ

10 thoughts on “0039: Blog Tag”

  1. ไทป์ ห้า ใช่มั้ยท่านแม่ทัพ? ^^

    ผมโดนบอสลากไปดื่ม เคาท์ดาวน์ตอนปีใหม่ ซักพักผมก็ "กรูจะกลับบ้าน" เหมือนกัน

  2. หวัดดีครับ….อืมม์ เดี่ยวคงต้องเขียน blog tag บ้างแล้วหละ แต่ต้องคิดก่อนว่าห้าคนที่จะส่งจะส่งให้ใครดี…..ที่สำคัญ ส่งต่อให้ห้าคนยังไงอะครับ แหะ ๆ ทำบ่เป็น

    แล้วก็ที่ที่ผมอยู่ ร้อนแบบแห้งหนะ ไม่ค่อยชื้นเท่าไหร่..แต่ตอนเช้า ๆและค่ำ ๆจะหนาวครับ

  3. ที่จริงคนที่เก้งๆก้างๆ ในงานเลี้ยงมีมากครับ
    ที่ขยับแข้งขาไม่ถนัดเพราะยางอายมันเกาะอยู่
    ให้จิบเหล้า ให้แอลกอฮอล์ไปละลายยางอาย
    แล้วโยกๆเขย่าๆตามเพลง เร่งให้ออกฤทธิ์เร็วขึ้น
    เด๋วก็หายครับ 😀

  4. ท่านแม่ทัพครับเรื่องเข้าสังคมไม่เก่งนี่ผมก็เป็นนะ
    ฮ่า..ไม่เชื่อละสิ
    ผมไม่ชอบไปวงพวกไฮโซครับ
    เวลาเข้าไปวงพวกนี้ ทำตัวไม่ถูกเหมือนที่ท่านแม่ทัพเป็นประมาณนั้น
    แขนขาไม่รุ้จะวางไว้ตรงไหนดี
    แต่ตอนหลังๆนี่ไม่เป็นแล้วครับ
    ผมค้นพบความลับของการเข้าสังคมได้ในที่สุด (แต่ก็ยังไม่ชอบอยู่ดี)
    คือที่เราอึดอัดนี่เป็นเพราะเราให้ความสำคัญกับตัวเองมากไปครับ
    เชื่อไหมครับ ไม่ค่อยมีใครสนใจเราเท่าไหร่หรอก เวลาไปงานพวกนี้
    เราคิดไปเองทั้งนั้นครับ
    ทุกวันนี้ผมไปงานไหนถ้าเป็นโต๊ะจีนก็มักจะเช็คกับเพื่อนว่าเอ็งไปหรือเปล่า
    ถ้ามีเพื่อนสักคน ผมก็จะไป ม่ายงั้นนั่งมองหน้าคนบนโต๊ะที่ไม่รู้จักเป็นชั่วโมงเซ็งเลยครับ
    แต่ถ้าเป็นค๊อกเทล นี่ผมสบายมาก ไปคนเดียวได้เลย ผมก็เดินจิ้มโน่นจิ้มนี่ตามซุ้มไปเรื่อย
    นึกว่ามากินบุฟเฟ่ท์โรงแรม ถ้าเจอเพื่อนนี่ถือว่ากำไร อยู่จนงานเลิกยังไม่อยากจะกลับเลย

    ถ้าเป็นอย่างในเวบนี่สบายมากครับ
    ผมเริ่มรู้จักคนในเวบด้วยหุ้นอยู่แล้ว
    ผมเริ่มจากไปเรียนบัญชีกับอ.มน แกคุยสนุก
    (เมื่อเสาร์ที่13มกราที่ผ่านมาก็ไปนั่งคุยกันแถวมินบุรี
    แกยังคุยถึงท่านแม่ทัพตั้งเยอะแยะ)
    เวลาไปงานopp day ก็ได้เจอคนที่ถือหุ้นตัวเดียวกัน
    ผมรู้จักพี่ขวดก่อนใคร แล้วก็คุณสมิทธิ์ที่เล่นเดย์เทรด
    คุณสมิทธิ์นี่เป็นตัวอย่างที่ดี คือถึงรู้จักก็ไม่ได้คุยอะไรกันต่อ
    เพราะเล่นคนละตัว สไตล์การเล่นก็คนละแบบ
    ต่อมานัดจิบเบียร์เชียร์บอลโลกกับเล็ก พี่แมท บอล มัฟฟิน
    แล้วก็นัดเลี้ยงเบียร์เล็กที่สวนลุมไนท์บาซาร์ เจอนันจัง เจอคุณเจ๋ง
    แล้วเพราะงานที่ตลท.นี่ก็ได้รู้จักคนอื่นๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆรวมทั้งเอาหนังสือไปให้ท่านแม่ทัพเซ็นให้ด้วย
    ก็ที่งานสัมนาพวกนี้แหละ
    หลังๆก็มีน้องๆมาเล่นแบดด้วย สนุกสนาน
    พอจัดงานที่กุ้ดวิว จึงต้องทำหน้าที่ปชส.ในงานไปโดยปริยาย
    คือไม่ใช่เข้าสังคมเก่งนะ
    แต่วันนั้นผมคิดว่างานนี้ผมทำเพื่อเวบที่เรารักเราชอบ
    แล้วเราก็ได้ประโยชน์จากเขามาเยอะแยะ
    แค่เดินแนะนำให้คนโน้นรู้จักกับคนนั้นคนนี้ ไม่เห็นจะยากอะไร คิดอย่างนั้นจริงๆ
    เรื่องไม่รุ้จะคุยอะไร นี่ผมว่าไม่ค่อยจริงหรอก
    กับเพื่อนเรา คุยกะมันได้ทั้งคืน ไม่เห็นต้องคิดว่าจะคุยเรื่องไร
    ถามเรื่องทั่วไปซัก2-3คำถามเพื่อหาจุดสนทนาที่เขาชอบ
    ก็คุยกันไปได้เรื่อยๆ
    ถ้าคุยแต่เรื่องเรา แฮ่..คุยไม่ได้นานหรอกครับ เขาก็จะเซ็ง
    เข้าสังคมใหม่ๆต้องถือคติว่า
    คนที่คนอื่นชอบคุยด้วยต้องมีลักษณะนี้ครับ
    talk in term of other ‘ interests ครับ

  5. เห็นจะจริงครับพี่พอใจ ตอนไปอัดมันนี่ทอล์กผมบอกตัวเองในใจว่า

    "รายการนี้ไม่มีใครดูหรอกๆ เราดูเป็นยังไงก็จะไม่มีใครเห็น"

    ปรากฏว่าใช้ได้ผลครับ หายตื่นเต้นไปเยอะเลย

    ตอนประถม สมุดพกครูประจำชั้นทุกคนจะเขียนคอมเมนท์เหมือนกันทุกปี ทำนองว่า "สุภาพ เรียบร้อย ขรึม" หรือไม่ก็ "พูดน้อย ควรพูดกับเพื่อนบ้าง" โตขึ้นต้องไปทำงานถึงจะเริ่มเป็นคนที่พูดมากขึ้นเพราะโดยหน้าที่ต้องพูดครับ

    ส่วนเวลาเข้าสังคมนั้น ผมมักไม่กล้าเป็น ice breaker ครับ ต้องรอให้อีกฝ่ายหนึ่งช่วยเสมอ ทั้งที่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ไม่สนใจคนอื่นนะครับ เป็นคนพูดน้อยแต่ต่อยเจ็บครับ

  6. จุดอ่อนเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับพรสวรรค์อันล้นเหลือ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *